เรื่องย่อ ปาก

คำแต่ละคำที่ออกจากปาก สามารถมัดใจให้คนรัก รังควานให้คนเกลียด ก่อให้เกิดการยกย่องหรือเหยียดหยาม ล้วนเป็นผลลัพธ์ที่ผ่านลมปากของแต่ละคน ทั้งยังเป็นการแสดงตัวตนและบุคลิกอาการของคนผู้นั้นได้ชัดเจน แม้ว่าจะเสแสร้งปั้นแต่งสรรหาคำพูดต่างๆ ก็สามารถปกปิดได้เพียงชั่วคราวเพียงแค่นั้นเรื่องราวของ ผู้หญิงสองคนที่ คนหนึ่งสวย รวย การศึกษาดี มีพร้อมทุกสิ่ง อีกคนดูธรรมดา แต่มีความรู้ ฉลาด สองคนบนความแตกต่างของลมปาก เส้นฟุตบาทของทั้งสองอยู่บนเส้นขนานที่ไม่น่าจะมาบรรจบพบกันได้ แต่เพราะเหตุผลอะไรบางอย่าง ทำให้ทั้งสองคนมาเกี่ยวพันกัน คนสวย มีเสน่ห์ แต่มีปากเป็นพิษ เลือกโลดแล่นบนเส้นทางสนุกสนานและความจอมปลอม ส่วนอีกคนฉลาดเรียนรู้จากพิษของลมปากมาปรับตัวเอง เปลี่ยนเป็นคนใหม่ที่สร้างเสน่ห์ได้จากปากและความดีงามงามในจิตใจ

รอย (อภิญญา สกุลเจริญรุ่งเรืองสุข) บุตรสาวของครอบครัวนักการเมืองท้องถิ่น มีพ่อที่เคยเป็นทนายความชื่อดังประจำจังหวัดและแม่ที่เป็นนายหน้าค้าที่ดินและเพชรพลอย เติบโตมาด้วยการตามใจของพ่อ ในขณะที่แม่เลี้ยงดูด้วยการด่าทอใช้คำหยาบประชดประชันมาตลอด ใช้คำเรียกว่าอีรอยทุกครั้ง รอยคิดว่าแม่ลำเอียงไม่รักบุตรสาว ทำให้รอย เปลี่ยนเป็นคนที่เก็บกดและมักใช้คำพูดร้ายแรงหยาบคาย ชอบดูถูกคนอื่น ชอบเถียงเอาชนะ และให้ความสำคัญกับตัวเองสูง รอยสอบได้ทุนไปเรียนเมืองนอกได้ จึงยกระดับตัวเองแปลงเป็นเด็กนักเรียนหัวนอก รสนิยมสูง เหยียดคนจนหรือคนนอกกลุ่มที่คุณคิดว่าเป็นคนละชนชั้นในสังคม

เมรัย (จริญญา ศิริมงคลสกุล) สาวร่างเล็ก หน้าตาธรรมดา มาจากครอบครัวข้าราชการที่เรียบง่าย มีฐานะพอสมควร คุณมาทำงานเป็นนักเขียนให้กับบริษัทขายอาหารเสริมของ ตั้ว (พงษ์พิสุทธิ์ ผิวอ่อน) พี่ชายคนโตของรอย ที่อยู่ประจำจังหวัดเล็กๆ ใกล้กรุงเทพ เมรัยเป็นคนเรียบร้อย ไม่ชอบท่องเที่ยวไม่แต่งตัว จนคนอื่นดูว่าเชยๆ การทำงานในบริษัทของตั้ว สร้างความอึดอัดใจให้กับเมรัยมาก เพราะสังคมของคนทำงานในสำนักงานแห่งนี้คือสังคมแห่งการพูดจาหยาบคาย ลามก สองแง่สองง่าม ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทุกคนเหมือนอยู่ในสังคมเดียวกัน ชอบสังสรรค์ กินเหล้า เที่ยวกลางคืน ในขณะที่เมรัยตรงกันผ่านกับทุกคน เมรัยก็เหมือนหญิงสาวทั่วไปที่มีความฝันอยากได้พบกับผู้ชายดีๆ ในจังหวัดเล็กๆ แถบชานเมืองแห่งนี้

ในวันหนึ่ง รอยไม่สบายไปหาหมอที่คลินิก จึงพบกับ หมออุรส (พาทิศ พิสิฐกุล) หมอชายหนุ่มหน้าตาดี ยังไม่มีคู่จึงแอบชอบ แต่หมออุรสมาจากครอบครัวดีมีฐานะในกรุงเทพ แต่ยังไม่มีวี่แววแต่งงานหรือชอบผู้หญิงคนใดสักที เพราะหมอเป็นคนจุกจิก เลือกมาก กลัวสารพัดว่าการจะเลือกผู้หญิงเป็นเมียสักคน จำเป็นจะต้องเป็นผู้หญิงที่ครบเครื่อง สวย เก่ง ครอบครัวดี ฉลาด สามารถพูดจากับเขาเรื่องทั้งการเมือง สังคม และความเป็นไปของโลกได้ และเมื่อหมออุรสได้พบกับรอยก็รู้สึกประทับใจเพราะตรงกับที่เขาทุกอย่าง ในขณะที่รอยก็เล็งมองว่าหมอคือหนึ่งในผู้ชายตัวเลือกที่น่าสนใจ รอยตัดสินใจทุ่มเทบริหารเสน่ห์กับหมออุรส รอยตั้งมั่นจับหมอให้แต่งงานให้ได้เพื่อให้ต่อชีวิตของรอยให้สุขสบายต่อไป รอยต้องเสแสร้งพูดจาอ่อนหวาน สร้างภาพของผู้หญิงสมัยใหม่ มีความรู้ ฉลาด ตรงเสปคของหมอทุกอย่าง

ในขณะที่เมรัยก็ถูก เพยีย (ฉันทนา กิติยพันธ์) แม่ของรอย คิดแผนจับคู่กับตั้วลูกชายคนโต ที่เมรัยทำงานด้วย โดยจะให้ไปเที่ยวที่เขื่อนที่ ตอง (ยุทธนา เปื้องกลาง) ลูกชายคนรองทำงานอยู่ต่างจังหวัด แต่ตั้วกลับไปชวนเพื่อให้นร่วมงานคนอื่นๆ ไปด้วยหมด รอยขอตามไป แลยังชวนหมออุรสไปด้วย เมรัยแปลงเป็นคนเดียวที่ไม่เข้าพวกในกลุ่ม คุณต้องอดทนในการท่องเที่ยวคราวนี้ มีเพียงตองเท่านั้นที่เริ่มให้ความสนใจเมรัย แต่เมรัยก็ตั้งอกตั้งใจจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนกลุ่มนี้อยู่แล้ว และมองว่าตองก็คือคนหนึ่งในกลุ่มนี้ที่มีปากเป็นพิษเช่นกัน เพราะตองเป็นผู้ชายตรงๆ พูดจาไม่เกรงใจใคร ซึ่งไม่ได้เป็นคุณสมบัติที่เมรัยต้องการ สุดท้ายปากจะสามารถกำหนดชีวิตคนได้จริงหรือเปล่า ชีวิตของผู้หญิงทั้งสองคนอย่าง รอย และ เมรัย ที่มีลมปากแตกต่างกันจะลงเอยอย่างไร ติดตามได้ในละคร

เรื่องย่อเพลงรักเพลงปืน

เมื่อครั้งบ้านเมืองป่าเถื่อน เสือชง (เตอร์-ปริยะ วิมลโนช) บุกเข้าปล้นบ้านของ หิน (บิ๊กเอ็ม-กฤตฤทธิ์ บุตรพรม) และ ฆ่าพ่อ แม่ พี่สาว แล้วโยนศพลงจากโขดหินสูง ทำให้หินซึ่งซ่อนอยู่หลังกอไผ่ เห็นภาพความโหดเหี้ยมอำมหิตของพวกเสือชง จนเก็บนำมาเป็นความแค้น หลวงตาบุญ (รอง เค้ามูลคดี) ช่วยหินไว้จากความตายและเลี้ยงดูหินอย่างเด็กกำพร้า ขณะเดียวกันหลวงตาบุญก็เลี้ยง หาญ (โหน-ธนากร ศรีบรรจง) เด็กชายที่พ่อแม่มาทิ้งไว้หน้าวัด จนกระทั่งเด็กทั้งสองเติบโตขึ้นและหายไปจากหมู่บ้านโดยไม่มีใครทราบข่าวอีกเลย

บ้านโคก เป็นชื่อตำบลเล็ก ๆ ของเมืองชุมโจรในอดีตที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ได้ถูกบูรณะโดยประชาชนที่ล้วนประกอบอาชีพเกษตรกรรมและเป็นหมู่บ้านลำตัดอันโด่งดัง หลวงตาบุญ พระภิกษุชราจำพรรษาเป็นเจ้าอาวาสอยู่เพียงรูปเดียว วัดบ้านโคกมีสัปเหร่อ ฉุย (ยกษี เชิญยิ้ม), ดิน (กระรอก เชิญยิ้ม) และดำ (ต๋อง ชวนชื่น) เป็นทีมสัปเหร่อ ส่วน นายผวน (ธรรมศักดิ์ สุริยน) เป็นมัคทายก

หิน ท่าลาด และ หาญ บ้านโคก อดีตเด็กกำพร้าที่หลวงตาบุญเก็บมาเลี้ยงและหายไปจากวัดนานถึง 20 ปี ทั้งคู่ได้กลับมาที่บ้านโคกในวันเดียวกัน หินกลับมาอย่างเงียบ ๆ ความสามารถการยิงปืนแม่นเหมือนจับวาง ส่วนหาญกลับมาพร้อมกับส่งเสียงร้องเพลงมาแต่ไกล หาญร้องเพลงได้ไพเราะมีลูกคอเช่นเดียวกันกับเสียงระนาด หาญมีเรื่องกับสมุนของ เสี่ยภุชงค์ อดีตคือ เสือชง หินจึงเข้าช่วยหาญ ต่างจำกันได้ว่าอยู่วัดด้วยกันมาและหายหน้าไปจากวัดพร้อม ๆ กัน เมื่อเกิดการยิงกันสนั่นตำบล เปรียว (เปรี้ยว-ทัศนียา การสมนุช) บุตรสาวของ พ่อก้าน (โย่ง เชิญยิ้ม) แม่แก้ว (จอมขวัญ กัลยา) ครูเพลงลำตัด และ บัวบาน (ติ๊กตั๊ก- ประเสริฐนิษฐ์ แก้วมณี) ลูกพี่ลูกน้อง รีบตามไปจับโจรพบหินและหาญซ่อนตัวอยู่ด้านหลังโขดหิน ทำให้เปรียวและบัวบานสมุทราะกับหินและหาญตั้งแต่นัดแรกที่เห็นหน้า เปรียวและบัวบานสงสัยว่าหินและหาญเป็นโจร

เสี่ยภุชงค์อดีตเสือร้ายที่ฟอกตัวเองให้เป็นอิทธิพล เปลี่ยนเป็นเจ้าของท่าข้าวและท่าทราย ราษฎรต่างหวาดกลัวอิทธิพลของเสี่ยภุชงค์ เพราะเสี่ยภุชงค์เลี้ยงมือปืนเอาไว้ในท่าทรายเยอะๆ ปลัดดนัย (หมู-ภูษณะ บัวงาม) ปลัดปราบปราม พึ่งถูกส่งตัวมาจากกรมการปกครองเผ่านายังท่าทรายของเสี่ยภุชงค์และขอดูใบสัมปทาน ทำให้เสี่ยภุชงค์คิดแผนใช้ สีดา (หยก-ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์) ยั่วยวนดนัยเป็นพวก แต่ดนัยไม่สนใจทำงานเดินหน้าด้วยความซื่อตรง ทำให้แม่แก้วและก้านพ่อขอเปรียวชื่นชมในตัวดนัยมาก

เรื่องย่อระบำเมฆ 8

คิงตัดสินใจส่งมอบหลักฐานทั้งหมดให้เกริกไกรทำผลงานเอาหน้าแทนโสธร ในการเปิดโปงขบวนการทุจริตคอรัปชั่นครั้งใหญ่ ทำให้โสธรเจ็บใจที่คิงคิดเพียงหักหน้าตน โดยที่คิงไม่รู้ว่าตัวเองกำลังส่งมอบอำนาจให้คนที่น่ากลัวมากแค่ไหน และที่สำคัญศพของโชนรังสีก็ระบุตัวตนไม่ได้ เพราะกลุ่มราชสีห์จุดไฟเผาโกดังจนศพแทบไม่เหลือซากให้วิเคราะห์ ด้วยที่โสธรเคยเป็นหัวหน้าองค์กรราชสีห์ เขารู้ดีว่าคิงพยายามจะสร้างภาพให้คนคิดว่าโชนรังสีตาย และให้โชนรังสีที่มีส่วนร่วมในขบวนการนี้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่เขาไม่มีหลักฐานที่จะเอาผิดคิงได้ วิธีการของคิงทำให้โสธรฝากแค้นว่าต้องหาทางหยุดองค์กรราชสีห์ให้ได้

ระบำเมฆ
          ข่าวพี.เอ็น.กรุ๊ปและพัลลภเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตดังไปทั่ว ภาณุรับว่าเขาทำทุกอย่างด้วยตนเอง ก่อนจะจบชีวิตตัวเองในห้องขัง หนูเล็กเสียใจมากที่ภาณุคิดสั้นเพื่อให้ยุติทุกอย่างอย่างงี้ เพราะถึงจะไม่ใช่พ่อแท้ ๆ แต่ภาณุก็เลี้ยงดูแลคุณมา ถึงอีกข้างจะไร้หัวใจ แต่คุณก็ยังรักและผูกพันกับภาณุในฐานะพ่อ เหมือนมาดาและอิสราขอโทษหนูเล็กที่ยอมทำตามคำสั่งของภาณุเพราะถูกบังคับ จากนี้จะไม่มีใครเอาความรักของทั้งคู่มาข่มขู่ให้ทำเรื่องผิด ๆ ได้อีก

          แล้ววันที่ภารกิจของเมฆจบลงก็มาถึง เขาต้องหายไปจากชีวิตของหนูเล็ก แต่เมฆกลับตัดใจจากหนูเล็กไม่ได้ เขารู้สึกตัวมานานแล้วว่าเขารักหนูเล็กขนาดไหน เพราะถ้าเขาตัดสินใจหันหลังให้หนูเล็กในวันที่หนูเล็กไม่เหลือใคร ไม่มีแม้กระทั่งครอบครัวเขาคงทำไม่ได้ หนูเล็กเองพยายามทำใจแข็ง ปากแข็ง บอกพะแพงว่าการเลิกรากับเมฆไม่ได้ทำให้คุณล้ม แต่จริง ๆ แล้ว พะแพงรู้ว่าหนูเล็กกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะการเลิกราทั้ง ๆ ที่รักกัน มันเจ็บยิ่งกว่าการเลิกเพราะหมดรัก

          เมฆกลับไปอยู่ต่างจังหวัด แต่ต่างจังหวัดกลับไม่เป็นสุขเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เมื่อหัวใจของเขาอยู่ที่กรุงงเทพฯ อยู่ที่ร้านเสื้อ Two of Us เมฆเลยตัดสินใจกลับเข้ากรุงเทพฯ ไปแอบดูหนูเล็กที่ร้าน เห็นหนูเล็กมีปรินทร์คอยแวะมาหา เมฆแอบคิดว่าหนูเล็กมีปรินทร์มาดามใจแล้วหรือเปล่า เพราะที่ผ่านมาเขาก็เป็นเพียงรักหลอก ๆ ของหนูเล็ก มันก็ไม่ผิดที่หนูเล็กจะเลือกคนที่คุณคิดว่าจริงใจกว่าเขา แต่เมฆก็ยังตัดใจไม่ได้ เขาเลือกที่จะฟังจากปากของหนูเล็กจริง ๆ ว่าหนูเล็กไม่รักเขาแล้ว

          คืนหนึ่งเมฆแอบย่องเข้าไปในร้าน เขาไปยืนดูหนูเล็กที่หลับอยู่ โดยที่ไม่กล้าปลุก สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจตัดใจเดินกลับออกมาโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกับหนูเล็กเลย เพราะกลัวว่าการที่เขากลับมาจะรังควานหนูเล็กหรือตัวเขาเองมากกว่าเดิม แต่พอเขาออกมาถึงที่ถนน เขากลับได้ยินเสียงที่เขาคุ้นเคย หนูเล็กเรียกเขาไว้ว่ามาหาแล้วทำไมไม่คุยกัน ไม่นึกถึงหนูเล็กเหรอ และบอกเมฆว่าที่ผ่านมาหนูเล็กรอเมฆกลับมาเสมอ ที่หนูเล็กไม่เคยเปลี่ยนกุญแจเข้าร้าน ก็เพราะว่ารอเมฆกลับมา หนูเล็กรู้ว่าเมฆเผ่านาหาที่ห้องนอน เพราะตั้งแต่เมฆหายไปคุณก็ไม่เคยหลับตานอนสนิท หนูเล็กรับว่าคุณรักเมฆมาก จนคุณไม่เคยถือโทษโกรธเมฆที่หลอกคุณ เมฆเข้าไปกอดหนูเล็ก ขอหนูเล็กแต่งงาน เพราะจากนี้เขาจะเป็นทุกอย่าง เป็นเพื่อให้นสนิท เป็นครอบครัว เป็นคนรักของหนูเล็ก เขาจะสัญญาจะเติมเต็ม และทำให้ทุกวันของหนูเล็กเป็นวันที่สุขสดใส

เรื่องย่อ May Queen ตอนที่ 7

เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง แฮจู (ซึ่งไม่ได้พกกล่องข้าวมาด้วย) เห็นอาหารกลางวันในกล่องข้าวเพื่อให้นๆ ถูกจัดวางและตกแต่งอย่างสวยงามจึงเดินเข้าไปดู เพราะคุณไม่เคยเห็นอะไรอย่างงี้มาก่อน  ทำให้ถูกเพื่อให้นร่วมแกงค์ของอินฮวารุมต่อว่าอย่างดูถูก อินฮวาผลักกล่องข้าวทั้งหมดลงจากโต๊ะท่ามกลางความตกตะลึงของเพื่อให้นๆ โดยอ้างว่าน้ำลายแฮจูกระเด็นลงไปในกล่องข้าวทำให้คุณทานไม่ลง แฮจูซึ่งเติบโตมาอย่างอดอยากยากแค้นเห็นข้าวหล่นกระจายเต็มพื้นก็รู้สึกเสียดาย จึงใช้มือหยิบอาหารใส่กลับเข้าไปในกล่อง แม้อินฮวาจะบอกหลายครั้งว่าให้ปล่อยไว้อย่างนั้นแต่แฮซูก็ไม่ฟัง ซ้ำยังตำหนิอินฮวาอีกด้วย  อินฮวาไม่เคยโดนคนขัดใจจึงตบหน้าแฮซูเพื่อให้เป็นการสั่งสอน ทำให้ถูกแฮซูตบกลับ อินฮวาไม่คาดฝันว่าจะมีใครกล้าแข็งข้อกับคุณจึงร้องไห้โฮ 

แฮซูถูกครูประจำชั้นเรียกไปตำหนิและลงโทษ แฮซูยอมรับว่าตนทำผิด แต่ไม่ยอมรับเรื่องที่โดนลงโทษเพียงคนเดียว คุณบอกครูว่าอินฮวาเองก็ผิดที่ตบหน้าคุณก่อนจึงสมควรโดนลงโทษเช่นกัน แต่ครูกลัวอิทธิพลของโดฮยอนจนไม่คำนึงความถูกต้อง จึงบอกแฮซูว่าถ้าคุณไม่ยอมรับโทษก็ให้พาแม่มาพบครูที่โรงเรียน  แฮจูจึงยอมโดนลงโทษแตโดยดี 

หลังทราบว่าอินฮวาโดนเพื่อให้นร่วมชั้นตบหน้า กึมฮีก็รีบบึ่งไปหาอินฮวาที่โรงเรียนทันที เมื่อไปถึงห้องเรียนคุณก็พบว่าอินฮวากำลังนั่งหัวเราะร่วน คุณพาอินฮวาไปพบครูประจำชั้นเพื่อให้สอบถามเรื่องจริงทำให้ได้พบแฮจู (ซึ่งก็คือ "ยูจิน" บุตรสาวของคุณ) เป็นนัดแรก  ครูประจำชั้นรีบขอโทษกึมฮีและบอกให้แฮจูขอโทษอินฮวา แต่แฮจูไม่ยอมขอโทษเลยถูกครูใช้ไม้เรียวตีไม่ยั้ง กึมฮีทนดูต่อไปไม่ไหวเลยบอกให้หยุดและตำหนิครูที่เฆี่ยนตีผู้เรียนเพราะเรื่องนิดหน่อย   

ด้านซังแทลูกชายคนโตของฮงชอลก็ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนชาย โดยอยู่ห้องเดียวกับชางฮี และ "จาง อิลมูน"  (ซึ่งเป็นหัวหน้าห้องและลูกชายคนโตของโดฮยอน) หลังเลิกเรียนครูประจำชั้นประกาศว่าในปีนี้ชางแทจะได้เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขันด้านคณิตศาสตร์ อิลมูนแย้งว่าทำไมโรงเรียนถึงส่งชางแทไปสอบแข่งขันเพียงคนเดียว (ทำไมไม่ส่งตนไปด้วย) ครูจึงอธิบายว่าปีนี้ผู้จัดการแข่งขันต้องการให้ส่งผู้เรียนที่ได้คะแนนสูงสุดไปร่วมแข่งขันเพียงคนเดียว อิลมูนยังคงแย้งว่าหากส่งตนไป ตนต้องคว้ารางวัลมาได้แน่ๆ ที่สำคัญปีที่แล้วทางโรงเรียนก็เพิ่งจะส่งชางฮีไป ครูจึงตัดบทด้วยการบอกให้อิลมูนรอโอกาสหน้า แล้วรีบเดินออกจากห้องทันที

เรื่องย่อ กระซิบรักจิตสัมผัส (I Can Hear Your Voice) ตอนที่ 7

เฮซองและโดยอนรีบวิ่งไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถบรรทุก ทั้งคู่แทบช็อคเมื่อเห็นภาพชายคนหนึ่ง (จุนกุ๊ก) ใช้ท่อนเหล็กกระหน่ำตีผู้ได้รับบาดเจ็บ (พ่อซูฮา) ที่ติดอยู่ในรถยนต์จนแน่นิ่ง เมื่อคิดว่าชายคนดังที่กล่าวถึงมาแล้วกำลังจะฆ่าเด็กชาย (ซูฮา) ที่นั่งร้องไห้จ้าอยู่ภายในรถ เฮซองก็ใช้มือถือถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน แต่Systemถ่ายภาพในมือถือของคุณดันส่งเสียง "สไมล์!" และมีเสียงกดชัตเตอร์ตามมา จุนกุ๊ก (ซึ่งกำลังจะใช้เหล็กฟาดซูฮา) ถึงกับผงะหงายเมื่อพบว่ามีเด็กผู้หญิง 2 คนรู้เห็นเหตุการณ์

เมื่อเห็นคนร้ายหันมามอง โดยอนก็รีบวิ่งหนี ส่วนเฮซองยังคงตกตะลึงและก้าวขาไม่ออก คุณพึ่งช่วยชีวิตเด็กน้อยเอาไว้โดยไม่ได้ตั้งอกตั้งใจ และในตอนนี้ชีวิตของคุณก็กำลังตกอยู่ในอันตราย จุนกุ๊กถือเหล็กเดินตรงไปที่เฮซอง โดยอนร้องเตือนเฮซองให้รีบหนี เฮซองจ้องหน้าซูฮาสักพักแล้ววิ่งตามโดยอนเข้าไปในสวนสาธารณะ ก่อนพากันหลบอยู่หลังพุ่มไม้ จุนกุ๊กวิ่งตามเฮซองและโดยอนมาติดๆ แต่ก็หาตัวทั้งคู่ไม่เจอ อยู่ๆ โดยอนก็สะอึกขึ้นมา จุนกุ๊กเลยถือเหล็กเดินตรงไปหาในท่าเตรียมพร้อม ทันใดนั้น ก็มีเสียงไซเรนรถตำรวจดังขึ้น   จุนกุ๊กโกรธมากที่เฮซองและโดยอนทำให้ตนเสียแผน เขาจึงเตือนทั้งคู่ว่าชายในรถตายเพราะปาก หากเฮซองและโดยอนไม่อยากตายแบบชายคนนั้นก็อย่าไปแจ้งตำรวจหรือไปเป็นพยานในคดีฆาตกรรม แต่ถ้าเตือนแล้วไม่ฟังทั้งคู่ก็จะมีจุดจบเหมือนชายในรถ ถ้าทั้งคู่บอกพ่อแม่หรือคนอื่นๆ  ทุกคนก็จะโดนตนฆ่าด้วยเช่นกัน ดังนั้น จงปิดปากเงียบและหลบซ่อนตัวไปตลอดชีวิต 

คืนนั้น สถานีโทรทัศน์รายงานข่าวว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์และรถบรรทุกชนกันอย่างร้ายแรงรอบๆสี่แยก คนขับรถยนต์ซึ่งเป็นชายวัย 45 ปีเสียชีวิตคาที่ ส่วนลูกชายของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ศีรษะและกำลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล วันรุ่งขึ้น เฮซองซึ่งสวมหมวกอำพรางใบหน้ายืนฟังรายงานข่าวอุบัติเหตุรอบๆแผงขายของข้างทาง ผู้รายงานข่าวแถลงการณ์ว่า "นายมิน (จุนกุ๊ก)  คนขับรถบรรทุก ให้การว่านายปาร์ก (พ่อซูฮา) ขับรถฝ่าไฟแดง และตำรวจกำลังสอบปากคำเรื่องนี้อยู่"  

เมื่อได้ยินราษฎรจับกลุ่มคุยกันว่า… คดีนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดาแต่เป็นการฆาตกรรม ตำรวจจับคนขับรถบรรทุกฐานฆ่าคนตายแล้วแต่ยังขาดหลักฐานมัดตัว แม้ลูกชายคนตายจะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่เด็กยังให้การอะไรไม่ได้ เลยไม่สามารถนำตัวมาเป็นพยาน และถ้าไม่มีพยานไปปรากฏตัวต่อหน้าศาลคดีนี้ก็จะเปลี่ยนเป็นอุบัติเหตุธรรมดา… เฮซองฟังแล้วนึกถึงแววตาของเด็กน้อยที่จ้องมองมาที่คุณ จากนั้นก็นึกถึงคำขู่ของจุนกุ๊ก

เรื่องย่อ Emergency Couple ปักเข็มรัก สลักใจเธอ ตอนที่ 5

จินฮีไม่สนใจเรื่องปลา คุณระแวงว่าชางมินอาจพยายามฆ่าคุณเพราะเขานำยาอื่นมาเก็บไว้แทนที่ยาโรคหัวใจ ชางมินไม่เคยคิดเช่นนั้น ทั้งยังมองว่าสิ่งที่จินฮีพูดเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ สิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดในตอนนี้ก็คือการที่ปลาสุดเลิฟตาย จินฮีย้ำว่าวันนี้คุณเองก็เกือบตายเช่นกัน  ชางมินแย้งว่าจินฮีไม่ได้มีปัญหาที่หัวใจแต่มีปัญหาเรื่องสภาพจิต จินฮีย้อนว่า "แล้วนายล่ะ นายถึงกับสติแตกเพราะปลาตายแค่ไม่กี่ตัวเนี่ยนะ" ชางมินได้ยินดังนั้นก็ของขึ้น เขาจึงเอาคืนด้วยการทำลายของรักของหวงของจินฮี หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็เปิดศึกทำลายของรักของหวงของกันและกัน กว่าจะรู้สึกตัวบ้านก็เละเทะและมีเศษข้าวของที่พังเสียหายเกลื่อนพื้น นับแต่นั้นความเกี่ยวเนื่องของทั้งคู่ก็ขาดสะบั้นลง

6 ปีต่อมา

ชางมินและจินฮีกลับมาเจอะกันอีกรอบในงานแต่งงานครั้งที่สองของเพื่อให้นคนหนึ่ง ชางมินซึ่งเป็นเพื่อให้นสนิทของเจ้าบ่าวได้รับมอบหมายให้ขึ้นไปร้องเพลงอวยพรคู่บ่าวสาวบนเวที ขณะที่จินฮี (เพื่อให้นเจ้าสาว) ถูกเจ้าสาวขอร้องให้มาช่วยเล่นเปียโน จินฮีมาเกือบไม่ทันเลยรีบขึ้นเวทีโดยไม่ทันสังเกตว่าชายที่ยืนอยู่ด้านหน้าเวทีคือชางมิน พอรู้สึกตัวว่าต้องเล่นเปียโนให้ชางมิน จินฮีก็แทบช็อค พอชางมินหันมาขอเปลี่ยนเพลง จินฮีก็รีบก้มหลบ ชางมินเห็นดังนั้นจึงร้องเรียกออกไมค์ พอมองว่าเป็นจินฮี ชางมินก็ถึงกับตกตะลึงหลังจากนั้นทั้งคู่จ้องหน้ากันเช่นเดียวกันกับจะกินเลือดกินเนื้อ 

พอลงจากเวทีชางมินก็ขอตัวกลับทันทีเพราะไม่อยากเห็นหน้าจินฮีและต้องรีบไปธุระต่อ เจ้าบ่าวขอร้องให้เขาอยู่ทานอาหารด้วยกันก่อน แต่ชางมินหงุดหงิดจนทานอะไรไม่ลง เขาตำหนิเจ้าบ่าวที่ปล่อยให้ผู้หญิงซึ่งผ่านการหย่าร้างมาเล่นเปียโนอวยพรงานแต่ง (เขาลืมไปว่าตัวเองก็หย่ามาแล้วเช่นกัน) เมื่อชางมินมาที่ลานจอดรถก็พบว่ามีคนจอดรถขวางหน้ารถตนอยู่ เขาจึงก้มดูเบอร์โทรฯ ที่หน้ารถแล้วรีบโทรฯ แจ้งเจ้าของให้มาเลื่อนรถทันที   ปรากฏว่าเจ้าของรถคันดังที่กล่าวมาแล้วก็คือจินฮี พอรู้ว่าเจ้าของรถคือจินฮี เขาก็เรียกคุณ 'ยัยซื่อบื้อ' ก่อนพ่นคำดูถูกเหยียดหยามออกมาเป็นชุดเหมือนเมื่อ 6 ปีก่อนไม่มีผิด  จินฮีเหน็บว่าเขายังคงปากเสียเหมือนเดิม และถามว่าทำไมถึงไม่ปักหลักอยู่อเมริกาให้รู้แล้วรู้รอด จะกลับมาเกาหลีอีกทำไม

เรื่องย่อ สะดุดรักนักเปียโน (Nae Il’s Cantabile)

กำกับ: ฮัน ซังวู, ลี จองมี
เขียนบท: ปาร์ค พิลจู, ชิน แจวอน
แนวละคร: ดนตรี, โรแมนติก, คอมเมดี้
จำนวนตอน: 16
ออกอากาศ: เกาหลี – 13 ตุลาคม 2557 – 2 ธันวาคม 2557 ทางเคบีเอส2
                ไทย – ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 21.15-22.45 น. ทางพีพีทีวี ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2558 – 8 ธันวาคม 2558

เรื่องย่อ

ละคร "สะดุดรักนักเปียโน (Nae Il's Cantabile หรือ Cantabile Tomorrow)" ดัดแปลงมาจากการ์ตูนมังงะเรื่อง "Nodame Cantabile" ของนักเขียนและนักวาดการ์ตูนหญิง "โทโมโกะ นิโนมิยะ" ที่กวาดยอดขายทะลุ 4,000,000 เล่มในญี่ปุ่น จนได้รับรางวัล The Best Comics of The Year 2004 สาขาการ์ตูนผู้หญิง หลังจากนั้นก็ถูกนำมาสร้างเป็นละครญี่ปุ่นเรื่อง "วุ่นรัก นักดนตรี (Nodame Cantabile)" ออกอากาศเมื่อปี พ.ศ. 2549 ซึ่งยังคงได้รับความนิยมมากเช่นกัน ทำให้มีการนำมาดัดแปลงเป็นการ์ตูนอนิเมะ ตลอดจนเกมสำหรับเครื่องนินเทนโด ดีเอส และเพลย์สเตชัน 2 ในเวลาต่อมา – ข้อมูลจากวิกิพีเดีย

* การ์ตูนมังงะ "โนดาเมะ คันตาบิเล (Nodame Cantabile)" ตั้งชื่อเรื่องตามชื่อของนางเอก "โนดะ เมงุมิ" หรือที่เพื่อให้นๆ ของคุณเรียกว่า "โนดาเมะ" ดังนั้นในเวอร์ชั่นเกาหลีจึงตั้งชื่อเรื่องว่า "เนอิลโด คันตาบิเล (Nae Il's Cantabile)" ตามชื่อ "เนอิล" ของนางเอกเช่นกัน

"สะดุดรักนักเปียโน" นำเสนอเรื่องราวของ "ชา ยูจิน" นักศึกษาวิทยาลัยดนตรีผู้หยิ่งทะนงแต่เป็นอัจฉริยะในด้านดนตรีและมีวาทยากรชื่อดังเป็นไอดอล เขาต้องการไปเรียนต่อทางด้านดนตรีที่ยุโรปแต่ประสบการณ์อันเลวร้ายในวัยเด็กทำให้เขาเปลี่ยนเป็นคนกลัวเรือบินจึงไม่สามารถเดินทางออกจากเกาหลีได้ ในขณะที่ยูจินกำลังรู้สึกเคว้างคว้าง สับสน ซ้ำยังถูกแฟนบอกเลิก สาวน้อยคนหนึ่งก็โผล่เผ่านาในชีวิตของเขา คุณคือ "ซอล เนอิล" รุ่นน้องข้างห้องจอมซกมกที่มีนิสัยแปลกแปลก แต่มีพรสวรรค์ในด้านการเล่นเปียโนและสามารถจำทำนองเพลงที่ได้ยินอย่างแม่นยำ แม้จะเป็นเด็กห้องบ๊วยและชอบเล่นเปียโนแบบ 'ตามใจฉัน' โดยไม่ดูโน้ต แต่เสียงเพลงของคุณก็ทำให้ยูจินถึงกับเคลิบเคลิ้มและหลงใหล  นับจากนั้นโลกของยูจินก็เปลี่ยนไป…

ละครเปิดฉากขึ้นที่ยุโรป เด็กชายคนหนึ่งแบกกล่องไวโอลินวิ่งไปตามท้องถนน…

ดูดวงไพ่ยิปซี 12 ราศี ประจำวันที่ 2-8 กันยายน 2556 ภาคต่อ3

  ราศีสิงห์ Leo (17 ส.ค. – 16 ก.ย.)

 

          เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Death อาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ  มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น การยุติหน้าที่ หรือสูญเสียผู้คนรักใคร่ แต่อาจเป็นเพียงการตัดใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ได้ อย่าเพิ่งจะหนักใจ

 

          ความรัก ความเกี่ยวเนื่อง Two of Wands มีความนับถือกันและกัน  สอดคล้องและเข้าใจ ได้คู่ที่เผ่านาช่วยเหลือการงาน หากมีความรัก คนรักจะมีส่วนช่วยเหลือกิจการต่าง ๆ

 

          สภาวะการเงิน The Chariot มีความตั้งอกตั้งใจดีที่จะมุ่งสู่อนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเงิน การหาเงิน  แต่ยังต้องผจญปัญหาหลายอย่าง ทุกอย่างไม่ง่ายสำหรับคุณ ที่สำคัญคือการรักษาวินัยในตัวเอง

 

          ธุรกิจ การงาน King of Cups การทำงานด้วยความสุข ทำในสิ่งที่ตนเองรัก หรือร่วมงานกับคนเก่ง คนมีเสน่ห์ มีประสบการณ์น่าทึ่ง อย่างไรก็ดี ใช่ว่าจิตใจจะมั่นคง บางครั้งก็เบื่อเอาดื้อ ๆ หรือแปรปรวนอยากเปลี่ยนงาน (อ้าว)

 

          คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Knight of Pentacles ธุรกิจที่ดูดีในตอนต้น จังหวะแสวงหาผลประโยชน์ที่ไม่ยั่งยืน

 

          คำแนะนำพิเศษ The Tower บางเรื่องก็ต้องการการ รื้อ หรือ พังลง เพื่อให้ก่อร่างสร้างใหม่ให้ดีและมั่นคงกว่าเดิม หากมีเรื่องไม่คาดหมายเกิดขึ้น อาจเป็นการดีสำหรับคุณก็ได้

 

  ราศีกันย์ Virgo (17 ก.ย. – 16 ต.ค.)

 

          เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Nine of Cups มีเรื่องที่ไม่เปิดเผยต่อบุคคลทั่วไป เก็บงำความรู้สึก ซ่อนแผนการ ต้องการความเป็นส่วนตัวมากในระยะนี้

 

          ความรัก ความเกี่ยวเนื่อง The Hanged Man อาจรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแลกเปลี่ยน หรือต้องเสียสละในสิ่งที่ไม่เต็มใจ ความข้องเกี่ยวมีเรื่องค้างใจ มีปัญหาซ่อนไว้ใต้พรม

 

          สภาวะการเงิน Eight of Wands จะขยับขยายไปได้อีกมาก มีแนวโน้มที่ดี มองเห็นค่าชดเชยจากการทำงาน มีความหวังและแรงบันดาลใจ งานบางสิ่งบางอย่างอาจยังไม่เห็นผลในตอนนี้ แต่เชื่อได้ว่าจะรุ่งเรืองต่อไปในอนาคต

 

          ธุรกิจ การงาน Eight of Swords ร่วมงานกับคนมีปัญหามาก กลายเป็นชนกลุ่มน้อยในที่ทำงาน เจอมุมอับ ถูกมัดมือชก หรือจำใจในเรื่องไม่พึงประสงค์

 

          คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Seven of Pentacles ประสบการณ์เก่า ๆ ในอดีตแปลงเป็นของไร้ค่า การขาดแคลนทุนสำรอง

 

ดูดวงไพ่ยิปซี 12 ราศี ประจำวันที่ 19-25 สิงหาคม 2556 ภาคต่อ6

  ราศีพิจิก Scorpio (16 พ.ย. – 15 ธ.ค.)

 

          เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ King of Cups สภาพการณ์ที่กระเพื่อให้มเพราะอารมณ์ความรู้สึก ความเชื่อมโยงกับคนที่มีประสบการณ์ทางอารมณ์เหมือนกัน หรือที่คุณประทับใจ มีความอ่อนไหว แปรปรวน เริ่มมีสายตามองหาคนใหม่ ๆ

 

          ความรัก ความเกี่ยวเนื่อง  Page of Cups เอ หรือจะมีคนใหม่เผ่านาในชีวิตจริง ๆ มีไพ่ขึ้นมาเพิ่มอีกใบ อาจหมายความว่าความเกี่ยวเนื่องใหม่ที่พึ่งจะเริ่มขึ้น ความอ่อนไหวของคุณ และการใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณ ความปรารถนาเรื่องท้าทายใหม่ ๆ

 

          สภาพการณ์การเงิน Five of Swords หากรอการอนุมัติใด ๆ อาจมีเหตุขัดข้องเพราะทัศนะที่แตกต่าง การตัดสินใจทางการเงินร่วมกับคนหมู่มากจะไม่เป็นผลสำเร็จ  มักได้ผลสรุปไม่พึงประสงค์ แต่บางคนอาจต้องใช้เงินเพื่อให้ยุติปัญหาข้อขัดแย้ง

 

          ธุรกิจ การงาน Three of Wands อย่ามองผ่านสายสัมพันธ์ที่จะนำคุณไปสู่การงานที่มั่นคงกว่าเดิม จะมีการขยับขยายแวดวงงานออกไป การพบปะผู้คนใหม่ ๆ จะช่วยสร้างหนทางต่อไปในวันข้างหน้า

 

          คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Eight of Pentacles หาเรื่องใส่ตัว เดินหน้าไปสู่ปัญหา ทั้งที่รู้ว่าควรจะหยุดความเสี่ยงเสียแต่เนิ่น ๆ

 

          คำแนะนำพิเศษ Ace of Sword ตัดสินใจให้แน่วแน่ คุณสามารถเอาชนะใจตนเองได้ แม้ว่าจะยาก แต่คุณทำได้ อย่ากลัว

 

  ราศีธนู Sagittarius (16 ธ.ค. – 13 ม.ค.)

 

          เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Fool การเผชิญโลกที่ไม่คุ้นเคย ความหวือหวาน่าตื่นเต้น โลกใบใหม่ ประตูบานใหม่ การเดินทางที่สนุกสนาน หรือการพบปะเพื่อให้นใหม่ ได้มิตรภาพที่ดี

 

          ความรัก ความเชื่อมโยง  Ten of Cups ช่วงเวลาที่ดีของความเชื่อมโยง ความสุขในชีวิตรักชีวิตคู่ การได้รับการยอมรับจากครอบครัวพ่อแม่ พาแฟนไปให้ที่บ้านดูตัว นำมาซึ่งความสมหวังในอนาคต คนรักคิดแผนชีวิตร่วมกัน

 

สภาพการณ์การเงิน Ace of Pentacles หากมีงานใหม่ในขณะนี้อย่าลืมดูเรื่องค่าชดเชยพื้นฐานด้วย จะมีโอกาสจับเงินก้อนใหม่ หรือได้เกี่ยวข้องกับการริเริ่มลงทุน แผนการใหม่ ๆ ได้รับการเกื้อหนุนด้วยดี

 

          ธุรกิจ การงาน Six of Wands หากคุณเพิ่งจะเริ่มทำสิ่งใดในระยะนี้ เผื่อใจให้กับความล่าช้ายืดเยื้อซึ่งอาจมาจากอุปนิสัยคุณเองด้วย  แต่อะไรที่ดำเนินการไว้นานแล้ว ความสำเร็จกำลังใกล้เผ่านา

 

          คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Magician ความตั้งอกตั้งใจที่นำไปสู่สิ่งที่ไม่คาดคิดและไม่ต้องการ การเล่นแร่แปรธาตุที่ผิดพลาด เจอคนมากเล่ห์เพทุบาย

เรื่องย่อ ซูสีไทเฮา หงส์เหนือบัลลังก์ (The Firmament of the Pleiades) ตอนที่ 2

ด้วยความที่ชะตาชีวิตของทั้งคู่ต้องมาเกี่ยวพันกับพระนางซูสีไทเฮา* และพระราชาธิราชกวังซวี่* (ซึ่งอยู่ต่างขั้วทางการเมือง) สองชายหนุ่มจึงตกอยู่ในวังวนของความขัดแย้งและแผนสมคบคิดทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

*เกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์

"จักรพัตราธิราชกวังซวี่" พระนามเดิม อ้ายซินเจว๋หลัวไจ้เถียน เป็นพระโอรสองค์ที่สองในองค์ชายอี้เซวียน (หรือ "ฉุนชินอ๋อง" – พระอนุชาในสมเด็จพระจักรพัตราธิราชเสียนเฟิง และพระอัยกาของพระราชาธิราชผู่อี๋ หรือปูยี)  พระราชชนนีคือพระนางเยเหอนาลา หวั่นเจิน (พระขนิษฐาในพระนางซูสีไทเฮา)  ทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากจักรพัตราธิราชถงจื้อขณะมีพระชนมายุเพียง 4 พรรษา แต่การขึ้นครองราชย์ของพระองค์นับเป็นการผิดกฎมณเฑียรบาล เพราะตามกฏแล้วต้องเลือกพระราชาธิราชองค์ใหม่ที่เป็นสมาชิกราชวงศ์รุ่นถัดไป ถึงกระนั้นการที่พระนางซูสีไทเฮายกพระภาคิไนย (ลูกน้องสาว) ของตนขึ้นเป็นพระราชาธิราชพระองค์ใหม่ก็ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกในราชวงศ์จึงก็ไม่มีใครกล้าคัดค้าน และเพื่อให้เป็นการรักษาธรรมเนียมในการสืบราชสมบัติจากพระบิดาสู่โอรส จึงยกพระราชาธิราชกวังซวีเป็นโอรสบุญธรรมของพระจักรพัตราธิราชเสียนเฟิง (และพระนางซุสีไทเฮา)

หลังมีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน พระองค์มีพระราชดำริที่จะปฏิรูปบ้านเมืองให้มีความทันสมัยทุกด้าน แทนที่จะบริหารไปในทางอนุรักษนิยมแบบพระนางซูสีไทเฮา จึงทรงริเริ่มแผน "ปฏิรูป 100 วัน" ตามคำแนะนำของนักปฏิรูป โดยเน้นการผลิตบัณฑิตสมัยใหม่ เปิดกว้างการวิพากษ์ วิเคราะห์ และพัฒนากิจการใหม่ๆ ที่ส่งผลต่อความเข้มแข็งของชาติและความอิ่มท้องของประชาชน  (ตลอดจนยึดอำนาจคืนจากพระนางซูสีไทเฮาซึ่งยังคงมีอิทธิพลทางการเมืองอยู่) แต่สุดท้ายก็ถูกพระนางซูสีไทเฮาและขุนนางข้างอนุรักษนิยมทำรัฐประหารในที่สุด 

"ซูสีไทเฮา" เป็นพระสนมในพระเจ้าเสียนเฟิง ครั้นพระเจ้าเสียนเฟิงสิ้นพระชนม์ พระโอรสของพระองค์ก็ขึ้นเป็นพระเจ้าถงจื้อ พระนางซูสีไทเฮาซึ่งเป็นพระราชชนนีจึงได้ขึ้นเป็นพระพันปี หลังจากนั้นก็ทำการยึดอำนาจจากคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ที่พระเจ้าเสียนเฟิงตั้งเอาไว้ แล้วขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการพร้อมกับพระพันปีฉืออัน (อัครมเหสีของพระเจ้าเสียนเฟิง) หลังพระพันปีฉืออันสิ้นพระชนม์ พระนางซูสีไทเฮาจึงสำเร็จราชการแต่เพียงคนเดียว เมื่อพระเจ้าถงจื้อสิ้นพระชนม์ พระนางซูสีไทเฮาก็ยกหลานของตนขึ้นเป็นจักรพัตราธิราชกวังซวี่ถึงแม้ว่าจะขัดกับระเบียบปฏิบัติการสืบสันตติวงศ์ก็ตาม  หลังจากนั้นก็ทรงว่าราชการหลังม่านต่อไป