เป็นหนังที่เปิดตัวมาเงียบ ๆ แต่มีชื่อตราพระเอกไม้เลื้อยอย่าง ชาคริต แย้มนาม มารับบทแสดงนำและเป็นทั้งหนึ่งในผู้สร้างในโปรเจ็กต์นี้ด้วย และที่สำคัญคือมันเป็นหนัง AEC ที่ร่วมทุนสร้างจาก 3 ประเทศ (ลาว, กัมพูชา, ไทย) สะสมดาราหนังระดับซุปตาร์จากประเทศเพื่อให้นบ้านมาจับคู่กัน ไม่ว่าจะเป็นคู่ของ ชาคริต กับ นางเอกสาวลาว บาร์บี้ ปิยะมาศ พูนประเสิด, ซุปเปอร์สตาร์ฝั่งกัมพูชา ไว ฮัง, แพร ณัฏฐธิดา ดำรงวิเศษพาณิชย์, บิ๊ก เศรษฐวินท์ สัจจะพรเทพ, อ๋อง ธนา ตันตรานนท์ อดีตดาราเด็กในแก๊งค์หนังเรื่องแฟนฉัน, กัสจัง จีร่าร์ พิทักษ์พรตระกูล และดาราจากเวียดนาม ซัน โก่ง เซื่อง พร้อมด้วยได้ โป๋ย ศักดิ์ชาย ดีนาน ผู้กำกับหนัง สบายดี หลวงพระบางและไม่มีคำตอบจากปากเซ มารับหน้าที่ควบคุมการผลิต

สำหรับพลอตนั้นจะเป็นการต่อยอดจากหนังเรื่อง สบายดีหลวงพระบาง โดยเป็นเรื่องราวของความเกี่ยวเนื่องระหว่างคนแปลกหน้า 3 พาร์ท บนไทม์ไลน์ในช่วงสงกรานต์ ตามแลนมาร์คสำคัญ ๆ ของ 3 ประเทศ เริ่มจากคู่ของชายหนุ่มนักวาดภาพชาวไทย (ชาคริต แย้มนาม) ที่เดินทางไปเที่ยวหลวงพระบางและได้ถูกชะตากับสาวน้อยแม่ค้าขายข้าวแกงนางหนึ่ง (ปิยะมาศ พูนประเสิร์ฐ), คู่ของสาวไทยที่อกหักแถมยังตกรถจากกรุ๊ปทัวร์ที่พนมเปญ แต่นั่นกลับทำให้คุณได้พบกับชายหนุ่มเจ้าถิ่นใจดี (ไว ฮัง) ที่เผ่านาช่วยเหลือนำทางและพาเที่ยวจนความเชื่อมโยงก่อตัวขึ้นมาอย่างช้า ๆ และปิดท้ายด้วยคู่ของ 2 ชายหนุ่มไทยและเวียดนาม (ธนา ตันตรานนท์,ซัน โก่ง เชื่อง) ที่ตกหลุมรักสาวสวย (กัสจัง จีราร์ พิทักษ์พรตระกูล) ในงานปาร์ตี้ที่ภูเก็ต

 

การเดินเรื่องของ ‘นึกถึงทุกปี’ ก็จะเป็นการตัดสลับเหตุการณ์เรื่องราวของทั้ง 3 พาร์ท ซึ่งต้องชมว่าผู้แสดงข้างหญิงงานดีมาก โดยเฉพาะ บาร์บี้ นางเอกสาวลาวที่มาเป็นนางเอกให้กับพาร์ทของชาคริตนั้นมีเคมีที่พอดีกันโอเคเลย อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากนี้ วิธีการเล่าของหนังกลับไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากเท่าใดนัก องค์ประกอบต่าง ๆ แลดูรวบรัดตัดตอนและดูไม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะพาร์ทการตัดสลับเหตุการณ์นั้นไม่มีความพอดีกันเลยแม้แต่น้อย จนแทบทำให้เราตัดสินหนังไปแล้วว่าอยู่ในเลเวลาไหนตั้งแต่ 10 นาทีแรก

 

ดูเหมือนว่าจุดสำคัญที่หนังต้องการจะโฟกัสจริง ๆ เป็นเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมรายล้อมของแต่ละประเทศมากกว่า หากจะบอกว่านี่เกือบ ๆ จะเป็นคลิปประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่มาในฟอร์มของละครเย็นก็คงจะไม่เกินเลยไปนัก ก็แค่หากมาในรูปแบบหนังร่วมทุนสร้างเพื่อให้การตลาดแล้ว ถือว่ามันห่างไกลจากมาตรฐานที่เขาทำกันไว้มาก อย่างเช่น Present Perfect ที่ตัวบทก็ทำได้อินในระดับหนึ่ง ควบคู่ไปกับการขายบรรยากาศของเมือง Higashikawa อันเงียบสงบ แต่กับใน ‘นึกถึงทุกปี’ นี้มันง่อยตั้งแต่อินเนอร์ของผู้แสดง บทอ่อนยวบยาบ ดูจนจบแล้วยังไม่รู้เลยมีที่ไหนน่าไปเที่ยวบ้าง ไม่ต้องเอ๋ยถึงเรื่องความรักที่หนังนำเสนอ เพราะส่วนตัวจับเนื้อหนังอะไรไม่ได้เลยสักตอนนอกจากดูหน้าตาเนื้อตัวดาราหนัง

สำหรับตัว ชาคริต เองผมว่าเขาก็รักษาเอกลักษณ์ทางการแสดงไว้ได้เหมือนเดิม ก็แค่พอมารับบทของชายหนุ่มติสท์ชอบวาดรูปแล้ว ทำออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่ ถ้าพูดตามเนื้อผ้าก็ต้องบอกว่าต่ำกว่ามาตรฐาน ไม่มีสักนาทีที่จะทำให้เชื่อได้ว่าเขาคือคนคนนั้นเลย เรียกว่าพังตั้งแต่ท่าจรดดินสอสเก็ตรูป (ฮา) อย่างไรก็ตาม หนังรวม ๆ ก็ยังมีจุดฮา ๆ ออกมาเรื่อย ๆ ไม่ถึงกับน่าเบื่อ ในเวลาชั่วโมงกว่าก็พอใช้ได้อรรถรสและเสียงหัวเราะกลับบ้านไปพอกล้อมแกล้ม