หงต๋าเรียกเส้าเทียนมาพบและถามว่าเขายอมรับรักกับไฉ่หงหรือยัง พอรู้ว่าเส้าเทียนยังไม่มีโอกาสพูด หงต๋าก็บ่นว่าเส้าเทียนมีหัวด้านธุรกิจแต่อ่อนหัดเรื่องผู้หญิง เขาบอกให้เส้าเทียนรุกมากกว่านี้เพราะตนทำได้แค่คอยส่งเสริม ด้วยเหตุว่าตอนนี้หมดยุคคลุมถุงชนแล้ว คนสมัยใหม่บังคับใจกันไม่ได้ ดังนั้นเรื่องคู่ครองไฉ่หงต้องเห็นชอบด้วย หงต๋ายังกล่าวอีกว่าแม้เส้าเทียนจะเกิดมายากจนแต่ตนคิดว่านั่นเป็นข้อดี เพราะเส้าเทียนจะอดทนต่อความยากลำบากและทำงานอย่างซื่อสัตย์ แถมเส้าเทียนยังเป็นคนละเอียดถี่ถ้วนอีกด้วย หงต๋าจึงมั่นใจว่าตนมองคนไม่ผิด เส้าเทียนขอบคุณหงต๋าที่วางใจตนและรับปากว่าจะดูแลไฉ่หงเป็นอย่างดี (เส้าเทียนเก็บซ่อนความแค้นเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม) หงต๋าชวนเส้าเทียนมาทานอาหารเย็นที่บ้านคืนนี้เพื่อให้ให้เขาได้มีโอกาสใกล้ชิดไฉ่หงอีกที พอเส้าเทียนออกจากห้องทำงานของหงต๋า "เหล่าไช่" (พนักงานบัญชีของหลิงหลง) ก็กล่าวชม (กึ่งประชด) เส้าเทียนว่าเล่นละครได้ไม่เลว หากพยายามมากขึ้นอีกนิด ตำแหน่งลูกเขยตระกูลอู๋คงอยู่ใกล้แค่เอื้อม

คืนนั้นหงต๋าพยายามเปิดช่องให้เส้าเทียนโดยเลียบๆ เคียงๆ ถามไฉ่หงเกี่ยวกับเรื่องแต่งงาน แต่ไฉ่หงรู้ทันและไม่อยากเอ่ยถึงเรื่องนี้จึงพยายามบ่ายเบี่ยง หงต๋าบอกเป็นนัยๆ ว่าตนพบคนที่เหมาะสมกับไฉ่หงแล้ว ไฉ่หงรู้ว่าพ่อหมายคือใครและแย้งว่าตนยังอยากอยู่กับพ่ออีกสัก 2-3 ปี เลยไม่คิดที่จะแต่งงานกับใครในตอนนี้ หงต๋าจึงกล่าวกับไฉ่หงว่าวิธีที่ดีที่สุดในการแสดงความกตัญญูกับตนคือการแต่งงานกับผู้ชายดีๆ ไฉ่หงได้ยินดังนั้นจึงหาว่าพ่อเกลียดและผลักไสตน จากนั้นก็ลุกหนีไปเล่นกับอูหลง หงต๋าเลยบอกให้เส้าเทียนรีบตามไฉ่หงไป

พอเส้าเทียนเดินมาหาไฉ่หง อูหลงก็วิ่งหนีไป เส้าเทียนกล่าวว่าแม้แต่อู่หลงยังเข้าใจและให้โอกาสให้พวกตนได้พูดคุยกันตามลำพัง ไฉ่หงแย้งว่านั่นอาจเป็นเพราะเส้าเทียนทำให้อู่หลงสะดุ้งกลัว เส้าเทียนพยายามเผยความในใจโดยเริ่มด้วยการถามว่าไฉ่หงคิดอย่างไรกับตน เมื่อไฉ่หงเผยว่าคุณนับถือเส้าเทียนเหมือนพี่ชาย เส้าเทียนก็แย้งว่าตนไม่อยากเป็นพี่ชาย เขากำลังจะขอคุณแต่งงานแต่ถูกขัดจังหวะเสียก่อน เพราะไฉ่หลงหันไปเห็นพ่อกับ  "อู๋ไฉ่อวิ๋น" (น้องสาวต่างมารดา) มายืนด้อมๆ มองๆ อยู่ไม่ห่างเลยเดินหนีไปด้วยความโกรธ  หงต๋าบอกเส้าเทียนว่าจะหาโอกาสให้ใหม่คราวหน้า พลางปลอบใจว่าเมื่อก่อนแม่ของไฉ่หงก็เคยบอกว่าตนเป็นพี่ชายเช่นกัน