ปรากฏว่าร้านขายของชำที่ไป๋เฉ่าไปทำงานพาร์ทไทม์ก็เปิดดูการถ่ายทอดสดจากกรุงโซลด้วยเช่นกัน โดยเป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระหว่างฟางถิงฮ่าวจากเมืองจีน กับ "มิน ซึงโฮ" แชมป์สองสมัยจากโรงฝึก "ชางแฮ" แห่งเกาหลีใต้ หลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดในที่สุดถิงฮ่าวก็เป็นข้างชนะน็อค ระหว่างการสัมภาษณ์นักข่าวสาวตั้งข้อคิดเห็นว่าแม้อ้านหยางจะเป็นถิ่นกำเนิดของกีฬาหยวนอู่เต้า แต่ในรอบสิบปีที่ผ่านมาไม่เคยมีนักกีฬาจากอ้านหยางคว้าแชมป์มาครองได้สักคน คุณจึงถามความรู้สึกของถิงฮ่าวในฐานะที่เขาคว้าแชมป์มาครองในนามชาวอ้านหยางได้สำเร็จ ถิงฮ่าวกล่าวตามตรงว่าตนไม่ได้รู้สึกอะไรกับชัยชนะในคราวนี้เพราะทุกสิ่งเป็นไปตามที่ตนคาด เมื่อถูกถามว่าเป้าหมายต่อไปคือการคว้าแชมป์รายการใด  ถิงฮ่าวตอบว่าสำหรับตนแล้วการคว้าแชมป์ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เขาแย่งไมค์นักข่าวมาถือจากนั้นก็มองและชี้ไปที่กล้องพลางกล่าวอย่างหมายมั่นว่า ที่ตนต้องการในตอนนี้ก็แค่เอาชนะใครคนหนึ่ง ยกหยวนซึ่งนั่งชมการถ่ายทอดสดได้ยินดังนั้นจึงวางแก้วชาสมุนไพรแล้วลุกไปสูดอากาศที่หน้าต่าง หลังจากนั้นเขาก็สวมชุดหยวนอู่เต้า (สายดำ) แล้วยืนมองตัวเองในกระจก ก่อนรำลึกถึงความหลังด้วยการไล่ดูภาพถ่ายเก่าๆ สมัยยังเป็นนักกีฬา ที่แท้ยกหยวนเคยเป็นนักกีฬาหยวนอู่เต้าที่เก่งขั้นเทพ ทั้งยังเคยเป็นเพื่อให้นสนิทของถิงฮ่าวกับรั่วไป๋อีกด้วย

และและก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในขณะที่ "คิม อีซาน" แห่งโรงฝึกชางแฮของเกาหลีใต้ กำลังจะมอบเหรียญทองและถ้วยรางวัลชนะเลิศให้แก่ถิงฮ่าว เมื่ออยู่ๆ เด็กสาวจากแดนโสม "คิม มินจู" (บุตรสาวคิม อีซาน) ได้ออกมาคัดค้านการมอบรางวัลโดยประกาศผ่านไมค์ว่าคุณไม่ยอมรับผลการตัดสิน เพราะสงสัยว่าชาวอ้านหยางอย่างถิงฮ่าวอาจใช้สารกระตุ้นเหมือนเมื่อสิบปีก่อน (ไป๋เฉ่าได้ยินแล้วรู้สึกไม่สบายใจ ส่วนชาวอ้านหยางที่เฝ้าหน้าจอรอดูถิงฮ่าวรับรางวัลต่างพากันไม่พอใจ) เมื่อถูกพ่อห้ามปรามมินจูจึงเตือนว่าเมื่อสิบปีก่อนชาวอ้านหยาง "ฉวี่เซี่ยงหนาน" เคยใช้สารกระตุ้นและปล้นชัยชนะไปจากพ่อ ทั้งยังทำให้พ่อเอ็นฉีกอีกด้วย  (เซี่ยงหนานซึ่งเปลี่ยนเป็นคนติดเหล้า เป็นอีกคนที่นั่งชมการถ่ายทอดสดจึงได้ยินมินจูพูดพาดพิงถึงตน) 

พ่อมินจูแย้งว่าการแข่งขันวันนี้กับเมื่อสิบปีที่แล้วไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่มินจูมั่นใจว่าประวัติศาสตร์จำเป็นต้องซ้ำรอยอย่างแน่ๆ คุณไม่เชื่อว่าหลังชวดแชมป์มาตลอดสิบปี อยู่ๆ ชาวอ้านหยางอย่างถิงฮ่าวจะมีความสามารถถึงขั้นโค่นแชมป์สองสมัยอย่างศิษย์พี่ซึงโฮ จึงขอให้ตรวจดูดูอีกรอบว่าถิงฮ่าวใช้สารกระตุ้นหรือเปล่า เพื่อให้ให้การตัดสินเป็นไปอย่างยุติธรรมที่สุดและไม่ให้พวกไร้ความสามารถฉวยโอกาสปล้นชัยชนะไปอีก ถิงฮ่าวกล่าวว่าตนเข้าใจรู้สึกของมินจู แต่การแพ้แล้วพาลโดยนำเรื่องเมื่อสิบปีก่อนมากล่าวหากันลอยๆ อย่างนี้เท่ากับไม่ให้เกียรตินักกีฬาคู่แข่งอย่างตน หรือนี่คือสปิริตของกีฬาหยวนอู่เต้าในมุมมองของพวกคุณ ถิงฮ่าวคิดว่าตำแหน่งแชมป์ที่แปดเปื้อนอย่างนี้ไม่มีค่าพอจึงปฏิเสธที่จะรับรางวัลแล้วเดินออกจากสนามไป