Author: jiff (page 1 of 2)

เรื่องย่อ May Queen ตอนที่ 7

เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง แฮจู (ซึ่งไม่ได้พกกล่องข้าวมาด้วย) เห็นอาหารกลางวันในกล่องข้าวเพื่อให้นๆ ถูกจัดวางและตกแต่งอย่างสวยงามจึงเดินเข้าไปดู เพราะคุณไม่เคยเห็นอะไรอย่างงี้มาก่อน  ทำให้ถูกเพื่อให้นร่วมแกงค์ของอินฮวารุมต่อว่าอย่างดูถูก อินฮวาผลักกล่องข้าวทั้งหมดลงจากโต๊ะท่ามกลางความตกตะลึงของเพื่อให้นๆ โดยอ้างว่าน้ำลายแฮจูกระเด็นลงไปในกล่องข้าวทำให้คุณทานไม่ลง แฮจูซึ่งเติบโตมาอย่างอดอยากยากแค้นเห็นข้าวหล่นกระจายเต็มพื้นก็รู้สึกเสียดาย จึงใช้มือหยิบอาหารใส่กลับเข้าไปในกล่อง แม้อินฮวาจะบอกหลายครั้งว่าให้ปล่อยไว้อย่างนั้นแต่แฮซูก็ไม่ฟัง ซ้ำยังตำหนิอินฮวาอีกด้วย  อินฮวาไม่เคยโดนคนขัดใจจึงตบหน้าแฮซูเพื่อให้เป็นการสั่งสอน ทำให้ถูกแฮซูตบกลับ อินฮวาไม่คาดฝันว่าจะมีใครกล้าแข็งข้อกับคุณจึงร้องไห้โฮ 

แฮซูถูกครูประจำชั้นเรียกไปตำหนิและลงโทษ แฮซูยอมรับว่าตนทำผิด แต่ไม่ยอมรับเรื่องที่โดนลงโทษเพียงคนเดียว คุณบอกครูว่าอินฮวาเองก็ผิดที่ตบหน้าคุณก่อนจึงสมควรโดนลงโทษเช่นกัน แต่ครูกลัวอิทธิพลของโดฮยอนจนไม่คำนึงความถูกต้อง จึงบอกแฮซูว่าถ้าคุณไม่ยอมรับโทษก็ให้พาแม่มาพบครูที่โรงเรียน  แฮจูจึงยอมโดนลงโทษแตโดยดี 

หลังทราบว่าอินฮวาโดนเพื่อให้นร่วมชั้นตบหน้า กึมฮีก็รีบบึ่งไปหาอินฮวาที่โรงเรียนทันที เมื่อไปถึงห้องเรียนคุณก็พบว่าอินฮวากำลังนั่งหัวเราะร่วน คุณพาอินฮวาไปพบครูประจำชั้นเพื่อให้สอบถามเรื่องจริงทำให้ได้พบแฮจู (ซึ่งก็คือ "ยูจิน" บุตรสาวของคุณ) เป็นนัดแรก  ครูประจำชั้นรีบขอโทษกึมฮีและบอกให้แฮจูขอโทษอินฮวา แต่แฮจูไม่ยอมขอโทษเลยถูกครูใช้ไม้เรียวตีไม่ยั้ง กึมฮีทนดูต่อไปไม่ไหวเลยบอกให้หยุดและตำหนิครูที่เฆี่ยนตีผู้เรียนเพราะเรื่องนิดหน่อย   

ด้านซังแทลูกชายคนโตของฮงชอลก็ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนชาย โดยอยู่ห้องเดียวกับชางฮี และ "จาง อิลมูน"  (ซึ่งเป็นหัวหน้าห้องและลูกชายคนโตของโดฮยอน) หลังเลิกเรียนครูประจำชั้นประกาศว่าในปีนี้ชางแทจะได้เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขันด้านคณิตศาสตร์ อิลมูนแย้งว่าทำไมโรงเรียนถึงส่งชางแทไปสอบแข่งขันเพียงคนเดียว (ทำไมไม่ส่งตนไปด้วย) ครูจึงอธิบายว่าปีนี้ผู้จัดการแข่งขันต้องการให้ส่งผู้เรียนที่ได้คะแนนสูงสุดไปร่วมแข่งขันเพียงคนเดียว อิลมูนยังคงแย้งว่าหากส่งตนไป ตนต้องคว้ารางวัลมาได้แน่ๆ ที่สำคัญปีที่แล้วทางโรงเรียนก็เพิ่งจะส่งชางฮีไป ครูจึงตัดบทด้วยการบอกให้อิลมูนรอโอกาสหน้า แล้วรีบเดินออกจากห้องทันที

เรื่องย่อ กระซิบรักจิตสัมผัส (I Can Hear Your Voice) ตอนที่ 7

เฮซองและโดยอนรีบวิ่งไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถบรรทุก ทั้งคู่แทบช็อคเมื่อเห็นภาพชายคนหนึ่ง (จุนกุ๊ก) ใช้ท่อนเหล็กกระหน่ำตีผู้ได้รับบาดเจ็บ (พ่อซูฮา) ที่ติดอยู่ในรถยนต์จนแน่นิ่ง เมื่อคิดว่าชายคนดังที่กล่าวถึงมาแล้วกำลังจะฆ่าเด็กชาย (ซูฮา) ที่นั่งร้องไห้จ้าอยู่ภายในรถ เฮซองก็ใช้มือถือถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน แต่Systemถ่ายภาพในมือถือของคุณดันส่งเสียง "สไมล์!" และมีเสียงกดชัตเตอร์ตามมา จุนกุ๊ก (ซึ่งกำลังจะใช้เหล็กฟาดซูฮา) ถึงกับผงะหงายเมื่อพบว่ามีเด็กผู้หญิง 2 คนรู้เห็นเหตุการณ์

เมื่อเห็นคนร้ายหันมามอง โดยอนก็รีบวิ่งหนี ส่วนเฮซองยังคงตกตะลึงและก้าวขาไม่ออก คุณพึ่งช่วยชีวิตเด็กน้อยเอาไว้โดยไม่ได้ตั้งอกตั้งใจ และในตอนนี้ชีวิตของคุณก็กำลังตกอยู่ในอันตราย จุนกุ๊กถือเหล็กเดินตรงไปที่เฮซอง โดยอนร้องเตือนเฮซองให้รีบหนี เฮซองจ้องหน้าซูฮาสักพักแล้ววิ่งตามโดยอนเข้าไปในสวนสาธารณะ ก่อนพากันหลบอยู่หลังพุ่มไม้ จุนกุ๊กวิ่งตามเฮซองและโดยอนมาติดๆ แต่ก็หาตัวทั้งคู่ไม่เจอ อยู่ๆ โดยอนก็สะอึกขึ้นมา จุนกุ๊กเลยถือเหล็กเดินตรงไปหาในท่าเตรียมพร้อม ทันใดนั้น ก็มีเสียงไซเรนรถตำรวจดังขึ้น   จุนกุ๊กโกรธมากที่เฮซองและโดยอนทำให้ตนเสียแผน เขาจึงเตือนทั้งคู่ว่าชายในรถตายเพราะปาก หากเฮซองและโดยอนไม่อยากตายแบบชายคนนั้นก็อย่าไปแจ้งตำรวจหรือไปเป็นพยานในคดีฆาตกรรม แต่ถ้าเตือนแล้วไม่ฟังทั้งคู่ก็จะมีจุดจบเหมือนชายในรถ ถ้าทั้งคู่บอกพ่อแม่หรือคนอื่นๆ  ทุกคนก็จะโดนตนฆ่าด้วยเช่นกัน ดังนั้น จงปิดปากเงียบและหลบซ่อนตัวไปตลอดชีวิต 

คืนนั้น สถานีโทรทัศน์รายงานข่าวว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์และรถบรรทุกชนกันอย่างร้ายแรงรอบๆสี่แยก คนขับรถยนต์ซึ่งเป็นชายวัย 45 ปีเสียชีวิตคาที่ ส่วนลูกชายของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ศีรษะและกำลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล วันรุ่งขึ้น เฮซองซึ่งสวมหมวกอำพรางใบหน้ายืนฟังรายงานข่าวอุบัติเหตุรอบๆแผงขายของข้างทาง ผู้รายงานข่าวแถลงการณ์ว่า "นายมิน (จุนกุ๊ก)  คนขับรถบรรทุก ให้การว่านายปาร์ก (พ่อซูฮา) ขับรถฝ่าไฟแดง และตำรวจกำลังสอบปากคำเรื่องนี้อยู่"  

เมื่อได้ยินราษฎรจับกลุ่มคุยกันว่า… คดีนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดาแต่เป็นการฆาตกรรม ตำรวจจับคนขับรถบรรทุกฐานฆ่าคนตายแล้วแต่ยังขาดหลักฐานมัดตัว แม้ลูกชายคนตายจะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่เด็กยังให้การอะไรไม่ได้ เลยไม่สามารถนำตัวมาเป็นพยาน และถ้าไม่มีพยานไปปรากฏตัวต่อหน้าศาลคดีนี้ก็จะเปลี่ยนเป็นอุบัติเหตุธรรมดา… เฮซองฟังแล้วนึกถึงแววตาของเด็กน้อยที่จ้องมองมาที่คุณ จากนั้นก็นึกถึงคำขู่ของจุนกุ๊ก

เรื่องย่อ Emergency Couple ปักเข็มรัก สลักใจเธอ ตอนที่ 5

จินฮีไม่สนใจเรื่องปลา คุณระแวงว่าชางมินอาจพยายามฆ่าคุณเพราะเขานำยาอื่นมาเก็บไว้แทนที่ยาโรคหัวใจ ชางมินไม่เคยคิดเช่นนั้น ทั้งยังมองว่าสิ่งที่จินฮีพูดเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ สิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดในตอนนี้ก็คือการที่ปลาสุดเลิฟตาย จินฮีย้ำว่าวันนี้คุณเองก็เกือบตายเช่นกัน  ชางมินแย้งว่าจินฮีไม่ได้มีปัญหาที่หัวใจแต่มีปัญหาเรื่องสภาพจิต จินฮีย้อนว่า "แล้วนายล่ะ นายถึงกับสติแตกเพราะปลาตายแค่ไม่กี่ตัวเนี่ยนะ" ชางมินได้ยินดังนั้นก็ของขึ้น เขาจึงเอาคืนด้วยการทำลายของรักของหวงของจินฮี หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็เปิดศึกทำลายของรักของหวงของกันและกัน กว่าจะรู้สึกตัวบ้านก็เละเทะและมีเศษข้าวของที่พังเสียหายเกลื่อนพื้น นับแต่นั้นความเกี่ยวเนื่องของทั้งคู่ก็ขาดสะบั้นลง

6 ปีต่อมา

ชางมินและจินฮีกลับมาเจอะกันอีกรอบในงานแต่งงานครั้งที่สองของเพื่อให้นคนหนึ่ง ชางมินซึ่งเป็นเพื่อให้นสนิทของเจ้าบ่าวได้รับมอบหมายให้ขึ้นไปร้องเพลงอวยพรคู่บ่าวสาวบนเวที ขณะที่จินฮี (เพื่อให้นเจ้าสาว) ถูกเจ้าสาวขอร้องให้มาช่วยเล่นเปียโน จินฮีมาเกือบไม่ทันเลยรีบขึ้นเวทีโดยไม่ทันสังเกตว่าชายที่ยืนอยู่ด้านหน้าเวทีคือชางมิน พอรู้สึกตัวว่าต้องเล่นเปียโนให้ชางมิน จินฮีก็แทบช็อค พอชางมินหันมาขอเปลี่ยนเพลง จินฮีก็รีบก้มหลบ ชางมินเห็นดังนั้นจึงร้องเรียกออกไมค์ พอมองว่าเป็นจินฮี ชางมินก็ถึงกับตกตะลึงหลังจากนั้นทั้งคู่จ้องหน้ากันเช่นเดียวกันกับจะกินเลือดกินเนื้อ 

พอลงจากเวทีชางมินก็ขอตัวกลับทันทีเพราะไม่อยากเห็นหน้าจินฮีและต้องรีบไปธุระต่อ เจ้าบ่าวขอร้องให้เขาอยู่ทานอาหารด้วยกันก่อน แต่ชางมินหงุดหงิดจนทานอะไรไม่ลง เขาตำหนิเจ้าบ่าวที่ปล่อยให้ผู้หญิงซึ่งผ่านการหย่าร้างมาเล่นเปียโนอวยพรงานแต่ง (เขาลืมไปว่าตัวเองก็หย่ามาแล้วเช่นกัน) เมื่อชางมินมาที่ลานจอดรถก็พบว่ามีคนจอดรถขวางหน้ารถตนอยู่ เขาจึงก้มดูเบอร์โทรฯ ที่หน้ารถแล้วรีบโทรฯ แจ้งเจ้าของให้มาเลื่อนรถทันที   ปรากฏว่าเจ้าของรถคันดังที่กล่าวมาแล้วก็คือจินฮี พอรู้ว่าเจ้าของรถคือจินฮี เขาก็เรียกคุณ 'ยัยซื่อบื้อ' ก่อนพ่นคำดูถูกเหยียดหยามออกมาเป็นชุดเหมือนเมื่อ 6 ปีก่อนไม่มีผิด  จินฮีเหน็บว่าเขายังคงปากเสียเหมือนเดิม และถามว่าทำไมถึงไม่ปักหลักอยู่อเมริกาให้รู้แล้วรู้รอด จะกลับมาเกาหลีอีกทำไม

เรื่องย่อ สะดุดรักนักเปียโน (Nae Il’s Cantabile)

กำกับ: ฮัน ซังวู, ลี จองมี
เขียนบท: ปาร์ค พิลจู, ชิน แจวอน
แนวละคร: ดนตรี, โรแมนติก, คอมเมดี้
จำนวนตอน: 16
ออกอากาศ: เกาหลี – 13 ตุลาคม 2557 – 2 ธันวาคม 2557 ทางเคบีเอส2
                ไทย – ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 21.15-22.45 น. ทางพีพีทีวี ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2558 – 8 ธันวาคม 2558

เรื่องย่อ

ละคร "สะดุดรักนักเปียโน (Nae Il's Cantabile หรือ Cantabile Tomorrow)" ดัดแปลงมาจากการ์ตูนมังงะเรื่อง "Nodame Cantabile" ของนักเขียนและนักวาดการ์ตูนหญิง "โทโมโกะ นิโนมิยะ" ที่กวาดยอดขายทะลุ 4,000,000 เล่มในญี่ปุ่น จนได้รับรางวัล The Best Comics of The Year 2004 สาขาการ์ตูนผู้หญิง หลังจากนั้นก็ถูกนำมาสร้างเป็นละครญี่ปุ่นเรื่อง "วุ่นรัก นักดนตรี (Nodame Cantabile)" ออกอากาศเมื่อปี พ.ศ. 2549 ซึ่งยังคงได้รับความนิยมมากเช่นกัน ทำให้มีการนำมาดัดแปลงเป็นการ์ตูนอนิเมะ ตลอดจนเกมสำหรับเครื่องนินเทนโด ดีเอส และเพลย์สเตชัน 2 ในเวลาต่อมา – ข้อมูลจากวิกิพีเดีย

* การ์ตูนมังงะ "โนดาเมะ คันตาบิเล (Nodame Cantabile)" ตั้งชื่อเรื่องตามชื่อของนางเอก "โนดะ เมงุมิ" หรือที่เพื่อให้นๆ ของคุณเรียกว่า "โนดาเมะ" ดังนั้นในเวอร์ชั่นเกาหลีจึงตั้งชื่อเรื่องว่า "เนอิลโด คันตาบิเล (Nae Il's Cantabile)" ตามชื่อ "เนอิล" ของนางเอกเช่นกัน

"สะดุดรักนักเปียโน" นำเสนอเรื่องราวของ "ชา ยูจิน" นักศึกษาวิทยาลัยดนตรีผู้หยิ่งทะนงแต่เป็นอัจฉริยะในด้านดนตรีและมีวาทยากรชื่อดังเป็นไอดอล เขาต้องการไปเรียนต่อทางด้านดนตรีที่ยุโรปแต่ประสบการณ์อันเลวร้ายในวัยเด็กทำให้เขาเปลี่ยนเป็นคนกลัวเรือบินจึงไม่สามารถเดินทางออกจากเกาหลีได้ ในขณะที่ยูจินกำลังรู้สึกเคว้างคว้าง สับสน ซ้ำยังถูกแฟนบอกเลิก สาวน้อยคนหนึ่งก็โผล่เผ่านาในชีวิตของเขา คุณคือ "ซอล เนอิล" รุ่นน้องข้างห้องจอมซกมกที่มีนิสัยแปลกแปลก แต่มีพรสวรรค์ในด้านการเล่นเปียโนและสามารถจำทำนองเพลงที่ได้ยินอย่างแม่นยำ แม้จะเป็นเด็กห้องบ๊วยและชอบเล่นเปียโนแบบ 'ตามใจฉัน' โดยไม่ดูโน้ต แต่เสียงเพลงของคุณก็ทำให้ยูจินถึงกับเคลิบเคลิ้มและหลงใหล  นับจากนั้นโลกของยูจินก็เปลี่ยนไป…

ละครเปิดฉากขึ้นที่ยุโรป เด็กชายคนหนึ่งแบกกล่องไวโอลินวิ่งไปตามท้องถนน…

เรื่องย่อ ซูสีไทเฮา หงส์เหนือบัลลังก์ (The Firmament of the Pleiades) ตอนที่ 2

ด้วยความที่ชะตาชีวิตของทั้งคู่ต้องมาเกี่ยวพันกับพระนางซูสีไทเฮา* และพระราชาธิราชกวังซวี่* (ซึ่งอยู่ต่างขั้วทางการเมือง) สองชายหนุ่มจึงตกอยู่ในวังวนของความขัดแย้งและแผนสมคบคิดทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

*เกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์

"จักรพัตราธิราชกวังซวี่" พระนามเดิม อ้ายซินเจว๋หลัวไจ้เถียน เป็นพระโอรสองค์ที่สองในองค์ชายอี้เซวียน (หรือ "ฉุนชินอ๋อง" – พระอนุชาในสมเด็จพระจักรพัตราธิราชเสียนเฟิง และพระอัยกาของพระราชาธิราชผู่อี๋ หรือปูยี)  พระราชชนนีคือพระนางเยเหอนาลา หวั่นเจิน (พระขนิษฐาในพระนางซูสีไทเฮา)  ทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากจักรพัตราธิราชถงจื้อขณะมีพระชนมายุเพียง 4 พรรษา แต่การขึ้นครองราชย์ของพระองค์นับเป็นการผิดกฎมณเฑียรบาล เพราะตามกฏแล้วต้องเลือกพระราชาธิราชองค์ใหม่ที่เป็นสมาชิกราชวงศ์รุ่นถัดไป ถึงกระนั้นการที่พระนางซูสีไทเฮายกพระภาคิไนย (ลูกน้องสาว) ของตนขึ้นเป็นพระราชาธิราชพระองค์ใหม่ก็ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกในราชวงศ์จึงก็ไม่มีใครกล้าคัดค้าน และเพื่อให้เป็นการรักษาธรรมเนียมในการสืบราชสมบัติจากพระบิดาสู่โอรส จึงยกพระราชาธิราชกวังซวีเป็นโอรสบุญธรรมของพระจักรพัตราธิราชเสียนเฟิง (และพระนางซุสีไทเฮา)

หลังมีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน พระองค์มีพระราชดำริที่จะปฏิรูปบ้านเมืองให้มีความทันสมัยทุกด้าน แทนที่จะบริหารไปในทางอนุรักษนิยมแบบพระนางซูสีไทเฮา จึงทรงริเริ่มแผน "ปฏิรูป 100 วัน" ตามคำแนะนำของนักปฏิรูป โดยเน้นการผลิตบัณฑิตสมัยใหม่ เปิดกว้างการวิพากษ์ วิเคราะห์ และพัฒนากิจการใหม่ๆ ที่ส่งผลต่อความเข้มแข็งของชาติและความอิ่มท้องของประชาชน  (ตลอดจนยึดอำนาจคืนจากพระนางซูสีไทเฮาซึ่งยังคงมีอิทธิพลทางการเมืองอยู่) แต่สุดท้ายก็ถูกพระนางซูสีไทเฮาและขุนนางข้างอนุรักษนิยมทำรัฐประหารในที่สุด 

"ซูสีไทเฮา" เป็นพระสนมในพระเจ้าเสียนเฟิง ครั้นพระเจ้าเสียนเฟิงสิ้นพระชนม์ พระโอรสของพระองค์ก็ขึ้นเป็นพระเจ้าถงจื้อ พระนางซูสีไทเฮาซึ่งเป็นพระราชชนนีจึงได้ขึ้นเป็นพระพันปี หลังจากนั้นก็ทำการยึดอำนาจจากคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ที่พระเจ้าเสียนเฟิงตั้งเอาไว้ แล้วขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการพร้อมกับพระพันปีฉืออัน (อัครมเหสีของพระเจ้าเสียนเฟิง) หลังพระพันปีฉืออันสิ้นพระชนม์ พระนางซูสีไทเฮาจึงสำเร็จราชการแต่เพียงคนเดียว เมื่อพระเจ้าถงจื้อสิ้นพระชนม์ พระนางซูสีไทเฮาก็ยกหลานของตนขึ้นเป็นจักรพัตราธิราชกวังซวี่ถึงแม้ว่าจะขัดกับระเบียบปฏิบัติการสืบสันตติวงศ์ก็ตาม  หลังจากนั้นก็ทรงว่าราชการหลังม่านต่อไป

เรื่องย่อ หยุนเสียน หมอหญิงวังจักรพรรดิ (The Imperial Doctress) ตอนที่ 8

สวีซื่อหลางเห็นอาการของมารดาแย่ลงหลังทานยาที่หยุนเสียนแนะนำ จึงตามหมอหลิว (หลิวผิงอัน) มาช่วยตรวจดูอาการโดยบอกว่าวันนี้แม่ของตนเป็นโรคลมอัมพาต พอถูกเข็มเจาะแล้วบีบเอาเลือดออกเพื่อให้กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตแม่ของตนก็อาการดีขึ้น แต่หลังจากกินยาตามใบสั่งในตอนบ่ายอาการกลับทรุดลง หมอหลิวจึงขอดูใบสั่งยา พอคิดว่าตัวยาประกอบด้วย ผงเขากวาง ผงเปลือกหอยเป๋าฮื้อ ฯลฯ หมอหลิวจึงถามว่าใครเป็นคนสั่งยาให้ สวีซื่อหลางกล่าวว่าคุณหนูหังที่เจาะเลือดแม่ของตนเป็นคนแนะนำตัวยาดังที่กล่าวมาแล้ว ตนคิดว่านางช่วยทำให้แม่ตนฟื้นเลยเชื่อที่นางบอก หมอหลิวแทบไม่เชื่อหูเมื่อรู้ว่าคนสั่งยาและช่วยรักษามารดาของสวีซื่อหลางเป็นผู้หญิง

อีกด้านหนึ่งวังกั๋วกงก็ไปตามหมอเฉิง (เฉิงสือซาน – ซึ่งมีปานแดงที่มือ) ให้มาดูอาการของเฉิงอ๋อง หมอเฉิงกล่าวว่าอาการบาดเจ็บของเฉิงอ๋องค่อนข้างสาหัส โชคดีที่มีคนมาช่วยทันเวลา แถมคนๆ นั้นยังเป็นผู้รอบรู้ เพราะนอกจากจะนำสมุนไพรมาช่วยขจัดพิษแล้วยังให้เฉิงอ๋องกินโสมอีกด้วย วังกั๋วกงเห็นบุตรสาวยืนลุ้นหน้าห้องด้วยความเป็นห่วงจึงบอกว่าอาการเฉิงอ๋องจะดีขึ้นในไม่ช้าเพราะได้เฉิงสือซานจากสำนักหมอหลวงคอยดูแล แถมเขายังเป็นคนที่ป้าของเหม่ยหลิน (ซุนไทเฮา) วางใจมากที่สุด วังกั๋วกงยังบอกอีกว่านี่เป็นโอกาสที่สวรรค์ประทานมาให้ คุณจึงต้องคว้าเอาไว้และคอยเอาใจใส่ดูแลเฉิงอ๋องให้ดี เพื่อให้ให้เหม่ยหลินสมหวังตนยอมทุ่มจนหมดหน้าตัก ส่วนเหม่ยหลินจะได้เป็นนกฟงหวง (นกฟีนิกซ์ หรือหงส์ไฟ เป็นสัญลักษณ์ของฮองเฮา) หรือเปล่า ขึ้นอยู่กับโอกาสในคราวนี้ เหม่ยหลินสงสัยว่าทำไมอยู่ๆ ไทเฮาถึงต้องการเปลี่ยนฮ่องเต้ วังกั๋วกงยอมรับว่าเป็นความสามารถตน ตนเป็นคนยุแยงให้ซุนไทเฮาผิดใจกับฮ่องเต้  โดยทำให้ไทเฮาเชื่อว่าฮ่องเต้ทรงไม่พอพระทัยไทเฮาที่ไม่ยอมคืนพระราชอำนาจเลยมีแผนปลดพระองค์ เหม่ยหลินได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสะดุ้ง

หลังกำจัดเฉิงอ๋องไม่สำเร็จ เฉาจี๋เสียงจึงไปขอรับโทษจากขันทีหวังเจิ้น หวังเจิ้นสั่งให้เฉาจี๋เสียงปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับและห้ามให้ฮ่องเต้ล่วงรู้โดยเด็ดขาด เขายังสั่งให้คุมเข้มประตูวังทุกด้านเพื่อให้ป้องกันไม่ให้เฉิงอ๋องมีโอกาสเข้าเฝ้าไทเฮา เฉาจี๋เสียงกล่าวว่าตอนแรกซุนไทเฮามองหวังเจิ้นเป็นหนามยอกอกจึงคิดที่จะยึดสำนักตงฉ่างไปอยู่ภายใต้ความดูแลของตน ครั้นพอทำไม่สำเร็จก็หันไปเกื้อหนุนวังกั๋วกงและอนุญาตให้เขาควบคุมทัพ เห็นได้ชัดว่าไทเฮาพยายามเลียนแบบ "อู่โฮ่ว" (บูเช็กเทียน  – สตรีคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์จีนที่ขึ้นครองราชย์ในฐานะกษัตริย์) ดังที่หวังเจิ้นเคยพูดไว้จริงๆ

หวังเจิ้นกล่าวว่าไทเฮาเห็นตนเป็นหนามยอกอกมาตั้งแต่ต้น ในตอนนั้นนางพยายามเสี้ยมให้ตนกับไทฮองไทเฮาผิดใจกัน แต่ไม่ว่ายังไงผู้หญิงก็ยังเป็นผู้หญิงอยู่วันยังค่ำ นางผมยาวแต่สายตาสั้นเลยไม่ทันคิดว่าเป็นการยากที่จะได้ใจบุตรบุญธรรม เฉาจี๋เสียงเกรงว่าเฉิง อ๋องจะก่อกบฏขึ้นมาจริงๆ จึงถามว่าทำไมไม่ทูลเรื่องนี้กับฮ่องเต้ หวังเจิ้นกล่าวว่าฮ่องเต้เป็นคนจิตใจดีมีเมตตา เฉิงอ๋องเป็นพระอนุชา (ต่างพระชนนี) เพียงองค์เดียวของพระองค์ ต่อให้คิดทำเช่นนั้นจริงฮ่องเต้ก็คงไม่ลงอาญา ที่ผ่านมาตนเคยคิดว่าคนอย่างเฉิงอ๋องไม่มีทางเป็นเสี้ยนหนามแต่ดูเหมือนตนจะคิดผิด ดังนั้นถ้าเจอเฉิงอ๋องเมื่อไหร่ให้กำจัดทันที

เรื่องย่อ กระบี่เย้ยยุทธจักร (Swordsman)

บทประพันธ์: กิมย้ง
กำกับ: หูอี้เจวียน
เขียนบท: อวี๋เจิ้ง
แนวละคร: กำลังภายใน
จำนวนตอน: 42/56
ออกอากาศ: จีน – วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 ทางหูหนานทีวี
             ไทย – ทุกคืนวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 02.10 น.  ทางช่อง 7 สี ตั้งแต่คืนวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 – 28 พฤศจิกายน 2559 (ออกอากาศนัดแรก วันที่ 2 เมษายน 2559 ทางช่อง Media 84) 

เรื่องย่อ

จากนวนิยายจีนกำลังภายในสุดโด่งดัง ผลงานการประพันธ์อันเลื่องชื่อของ "กิมย้ง" ถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์จีนชุดสุดอลังการที่ผู้ชมตั้งตาคอยใน “กระบี่เย้ยยุทธจักร” (Swordsman) เรื่องราวการผจญภัยของจอมยุทธชายหนุ่มผู้แสวงหาความสงบ แต่ด้วยชะตาฟ้าลิขิตทำให้เขาต้องกลายมาเป็นกุญแจสำคัญของความขัดแย้งในยุทธจักร นำแสดงโดย "ฮั่วเจี้ยนหัว" ดาราชายหนุ่มหล่อนัยน์ตาชวนฝัน ที่จะมารับบทเป็น "เล่งฮู้ชง" จอมยุทธชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ คนที่จะมาทำให้ยุทธจักรต้องสั่นสะเทือน, "เฉินเฉี่ยวเอิน" ดาราสาวสวยมากความชำนาญ ในหน้าที่ของ "ตงฟางปุ๊ป่าย" ประมุขแห่งพรรคมารความสามารถฉกาจ ผู้มีรูปโฉมงดงามเป็นที่เลื่องลือ และ "หยวนซานซาน" นางเอกสาวหน้าหวานสุดน่ารักน่าเอ็นดูมารับบทเป็น "เหยินอิ๋งอิ๋ง" ธิดาเทพแห่งพรรคมาร หญิงสาวผู้มีสติปัญญาอันเฉียบแหลม 

เล่งฮู้ชง (ฮั่วเจี้ยนหัว) จอมยุทธข้างธรรมะ ศิษย์เอกของสำนักหัวซาน ผู้ต้องการแสวงหาความสงบในชีวิต และไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์อะไรก็แล้วแต่เขาบังเอิญได้ไปพบกับ เค็กเอี๊ยง จอมยุทธแห่งพรรคมารที่ต้องการล้างมือจากยุทธจักร และได้มีโอกาสช่วยเหลือให้ความปรารถนาของ เค๊กเอี๊ยง และ หลิวเจิ้นฟง จอมยุทธแห่งสำนักเหิงซาน ในการบรรเลงเพลงเย้ยยุทธจักรที่ทั้งสองแต่งขึ้นเป็นจริงขึ้นมา ซึ่งเหตุการณ์คราวนี้ทำให้ เล่งฮู้ชง ต้องขัดแย้งกับจอมยุทธข้างธรรมะ และถูกอาจารย์ลงโทษให้เก็บตัวอยู่บนผาสำนึกตนตรงเวลา 1 ปี

ณ ผาสำนึกตน เล่งฮู้ชง บังเอิญได้รับการถ่ายทอดวิทยายุทธเก้ากระบี่ต๊กโกว จาก ฟงชิงหยาง ปรมาจารย์สายกระบี่ ทำให้ความสามารถของเขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยังได้ใกล้ชิดกับ เหยินอิ๋งอิ๋ง (หยวนซานซาน) ธิดาเทพผู้ฉลาดหลักแหลมแห่งพรรคมาร จนก่อตัวเปลี่ยนเป็นความรัก ทำให้ความขัดแย้งกับจอมยุทธข้างธรรมะทวีความร้ายแรงมากยิ่งขึ้น จนถูกอาจารย์ขับออกจากสำนัก

ระหว่างการผจญภัยในยุทธจักร เล่งฮู้ชง ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้ ทำให้ เหยินอิ๋งอิ๋ง ต้องบุกเข้าไปขอร้องจากวัดเส้าหลิน และยอมอยู่ในวัดเส้าหลินตรงเวลา 10 ปี เพื่อให้แลกกับการให้ เล่งฮู้ชง ได้รับการรักษา

หลังจากหายจากอาการบาดเจ็บ เล่งฮู้ชง ได้ช่วยเหลือ เหยินอั้วฮั้ง อดีตประมุขพรรคมาร บิดาของ เหยินอิ๋งอิ๋ง ออกจากคุกใต้สมุทรทราย พร้อมได้เรียนรู้วิชามหาเวทดูดดาวโดยบังเอิญ หลังจากนั้นจึงได้สะสมชาวยุทธบุกไปวัดเส้าหลินเพื่อให้ช่วย เหยินอิ๋งอิ๋ง ออกมา และต่อมาเขาได้มีโอกาสช่วย เหยินอั้วฮั้ง ชิงตำแหน่งประมุขพรรคมารคืนมาจาก ตงฟางปุ๊ป่าย (เฉินเฉี่ยวเอิน)

ในขณะเดียวกัน จ้อแหน้เซี้ยง เจ้าสำนักซงซาน ผู้นำแห่ง 5 ขุนเขากระบี่ ได้เริ่มดำเนินแผนการรวม 5 ขุนเขากระบี่เป็นหนึ่ง เพื่อให้ก้าวสู่ความเป็นใหญ่ในข้างธรรมะ พร้อมกับกำจัดคนที่คัดค้านไม่ยอมคล้อยตาม และเริ่มแผนการกำจัดพรรคมาร เพื่อให้สร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่ตนเอง โดยได้ชักชวน เล่งฮู้ชง ให้ร่วมในแผนการคราวนี้ด้วย เขาจะตัดสินใจเลือกเดินในเส้นทางใด การต่อสู้เพื่อให้แย่งชิงความเป็นหนึ่งในยุทธจักรจะจบลงเช่นไร ติดตามได้ใน “กระบี่เย้ยยุทธจักร” (Swordsman)

เรื่องย่อ ขังใจไว้ด้วยรัก (The Cage of Love) ตอนที่ 7

หงต๋าเรียกเส้าเทียนมาพบและถามว่าเขายอมรับรักกับไฉ่หงหรือยัง พอรู้ว่าเส้าเทียนยังไม่มีโอกาสพูด หงต๋าก็บ่นว่าเส้าเทียนมีหัวด้านธุรกิจแต่อ่อนหัดเรื่องผู้หญิง เขาบอกให้เส้าเทียนรุกมากกว่านี้เพราะตนทำได้แค่คอยส่งเสริม ด้วยเหตุว่าตอนนี้หมดยุคคลุมถุงชนแล้ว คนสมัยใหม่บังคับใจกันไม่ได้ ดังนั้นเรื่องคู่ครองไฉ่หงต้องเห็นชอบด้วย หงต๋ายังกล่าวอีกว่าแม้เส้าเทียนจะเกิดมายากจนแต่ตนคิดว่านั่นเป็นข้อดี เพราะเส้าเทียนจะอดทนต่อความยากลำบากและทำงานอย่างซื่อสัตย์ แถมเส้าเทียนยังเป็นคนละเอียดถี่ถ้วนอีกด้วย หงต๋าจึงมั่นใจว่าตนมองคนไม่ผิด เส้าเทียนขอบคุณหงต๋าที่วางใจตนและรับปากว่าจะดูแลไฉ่หงเป็นอย่างดี (เส้าเทียนเก็บซ่อนความแค้นเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม) หงต๋าชวนเส้าเทียนมาทานอาหารเย็นที่บ้านคืนนี้เพื่อให้ให้เขาได้มีโอกาสใกล้ชิดไฉ่หงอีกที พอเส้าเทียนออกจากห้องทำงานของหงต๋า "เหล่าไช่" (พนักงานบัญชีของหลิงหลง) ก็กล่าวชม (กึ่งประชด) เส้าเทียนว่าเล่นละครได้ไม่เลว หากพยายามมากขึ้นอีกนิด ตำแหน่งลูกเขยตระกูลอู๋คงอยู่ใกล้แค่เอื้อม

คืนนั้นหงต๋าพยายามเปิดช่องให้เส้าเทียนโดยเลียบๆ เคียงๆ ถามไฉ่หงเกี่ยวกับเรื่องแต่งงาน แต่ไฉ่หงรู้ทันและไม่อยากเอ่ยถึงเรื่องนี้จึงพยายามบ่ายเบี่ยง หงต๋าบอกเป็นนัยๆ ว่าตนพบคนที่เหมาะสมกับไฉ่หงแล้ว ไฉ่หงรู้ว่าพ่อหมายคือใครและแย้งว่าตนยังอยากอยู่กับพ่ออีกสัก 2-3 ปี เลยไม่คิดที่จะแต่งงานกับใครในตอนนี้ หงต๋าจึงกล่าวกับไฉ่หงว่าวิธีที่ดีที่สุดในการแสดงความกตัญญูกับตนคือการแต่งงานกับผู้ชายดีๆ ไฉ่หงได้ยินดังนั้นจึงหาว่าพ่อเกลียดและผลักไสตน จากนั้นก็ลุกหนีไปเล่นกับอูหลง หงต๋าเลยบอกให้เส้าเทียนรีบตามไฉ่หงไป

พอเส้าเทียนเดินมาหาไฉ่หง อูหลงก็วิ่งหนีไป เส้าเทียนกล่าวว่าแม้แต่อู่หลงยังเข้าใจและให้โอกาสให้พวกตนได้พูดคุยกันตามลำพัง ไฉ่หงแย้งว่านั่นอาจเป็นเพราะเส้าเทียนทำให้อู่หลงสะดุ้งกลัว เส้าเทียนพยายามเผยความในใจโดยเริ่มด้วยการถามว่าไฉ่หงคิดอย่างไรกับตน เมื่อไฉ่หงเผยว่าคุณนับถือเส้าเทียนเหมือนพี่ชาย เส้าเทียนก็แย้งว่าตนไม่อยากเป็นพี่ชาย เขากำลังจะขอคุณแต่งงานแต่ถูกขัดจังหวะเสียก่อน เพราะไฉ่หลงหันไปเห็นพ่อกับ  "อู๋ไฉ่อวิ๋น" (น้องสาวต่างมารดา) มายืนด้อมๆ มองๆ อยู่ไม่ห่างเลยเดินหนีไปด้วยความโกรธ  หงต๋าบอกเส้าเทียนว่าจะหาโอกาสให้ใหม่คราวหน้า พลางปลอบใจว่าเมื่อก่อนแม่ของไฉ่หงก็เคยบอกว่าตนเป็นพี่ชายเช่นกัน

เรื่องย่อ ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ (Guardian: The Lonely and Great God) ตอนที่ 12

อึนทักจะบอกหญิงชราเรื่องแม่ของตน หญิงชราชิงกล่าวว่าตนรู้แล้วและไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ แต่อึนทักต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป คุณแนะให้อึนทักรีบย้ายที่อยู่ภายในสามวันเพื่อให้ที่ยมทูตจะได้หาตัวไม่พบ  และชี้ว่าอึนทักสบตายมทูตแล้วจึงอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกต่อไป  หญิงชรากล่าวว่าหลังเที่ยงคืนๆ นี้ จะมี 'ผู้ชายหนึ่งคนและผู้หญิงสองคน' มาหาอึนทักในงานศพ (จัดที่โรงพยาบาล) อึนทักต้องย้ายไปอยู่กับพวกเขา ไปแล้วอาจตกระกำลำบากและทุกข์ใจแต่อึนทักไม่มีทางเลือกอื่น  อึนทักถามหญิงชราว่าทำไมถึงยอมบอกเรื่องพวกนี้กับตน หญิงชราตอบว่าตนชอบอึนทักและแฮปปี้ที่ได้มอบอึนทักให้แม่ของคุณ หญิงชรามอบผักกาดให้อึนทักหนึ่งหัวโดยบอกว่าเป็นของขวัญวันเกิดแล้วเดินจากไป

10 ปีต่อมา หญิงชรากลายร่างเป็นสาวสวย ส่วนต็อกฮวาเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายหนุ่ม เมื่อทั้งคู่เดินสวนกันบนสะพานต่างข้างต่างเหลือบมองกัน หลังเดินต่อไปได้สักพักต็อกฮวาก็หันไปเรียกหญิงสาวและชวนไปหาอะไรดื่มกัน หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงตอบตกลงทันที ขณะที่ชินกำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างสบายใจ ต็อกฮวาก็โทรฯ มาหาเขาที่เบอร์บ้าน (โดยผ่านSystemฝากข้อความเสียง) เพื่อให้ขอร้องหลังพบว่าอยู่ๆ บัตรเครดิตของตนก็ถูกระงับทั้งที่เมื่อวานยังใช้ได้ เขาขอร้องให้ชินช่วยรับสายเพราะตอนนี้กลุ่มชายใส่สูทที่อยู่ในบาร์กำลังไม่พอใจตนมาก แต่ชินฟังแล้วยังคงนั่งอ่านหนังสืออย่างใจเย็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อึนทักซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้นม. ปลาย นั่งทานข้าวตามลำพังที่โรงเรียนในช่วงพักเที่ยง  เพื่อให้นร่วมชั้นของคุณเห็นดังนั้นจึงพากันนินทาว่าใกล้เรียนจบแล้วแต่อึนทักยังคงไม่มีเพื่อให้นทานข้าวเหมือนเดิม และสาเหตุที่อึนทักไม่มีเพื่อให้นเป็นเพราะทุกคนรู้ว่าคุณมองเห็นภูติผี เลยไม่มีใครอยากสุงสิงหรือคบหาสมาคมด้วย (เพื่อให้นๆ ความคิดว่ามีคุณน่ากลัวกว่าผี เพราะอย่างน้อยผีก็ไม่มีตัวตน)  อึนทักรู้ว่าเพื่อให้นๆ กำลังนินทาตนแต่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ได้ยิน

ขณะที่อึนทักเดินกลับบ้านท่ามกลางสายฝน ผีขี้เหงาตนหนึ่งได้ยินว่าอึนทักเป็น "เจ้าสาวของก็อบลิน" จึงพยายามเรียกร้องความสนใจเพราะรู้ว่าอึนทักมองเห็นตน ผีสาวอยากชวนอึนทักไปอยู่เป็นเพื่อให้นแต่อึนทักแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ผีสาวจึงยื่นหน้าเข้าไปหาใกล้ๆ และร้องเรียกอึนทักเสียงดังลั่นด้วยความโมโห ครั้นพอเห็นอึนทักทำท่าแสบแก้วหู คุณก็ยิ้มอย่างผู้ชนะเพราะจับได้ว่าอึนทักมองเห็นตนจริงๆ เมื่อผีสาวหันไปเห็นอะไรบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เบื้องหน้าท่าทีของคุณก็เปลี่ยนไป  คุณรำพึงรำพันกับตัวเองว่าทั้งหมดเป็นเรื่องจริงหรือนี่  จากนั้นก็ขอโทษอึนทักและรีบหนีไปอย่างลนลาน อึนทักได้แต่ยืนงงว่าทำไมอยู่ๆ ผีตนดังที่กล่าวมาแล้วจึงขอโทษตน ที่แท้ผีสาวเห็นชินเดินกางร่มตรงมา ชินจ้องมองอึนทักอย่างไม่วางตาและมีภาพความทรงจำอะไรบางอย่างผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง ขณะที่อึนทักเหลือบมอง (สบตา) ชินแล้วเดินผ่านไปโดยไม่มีปฏิกิยาอะไรก็ตามชินเดินต่อไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับไปมองอึนทักและเฝ้าดูคุณจนลับสายตา

เรื่องย่อ ลำนำทะเลทราย (Sound of the Desert) ตอนที่ 4

ครั้นได้พบ "หลี่เหยียน" น้องสาวของเหยียนเหนียน จินอวี้และหงกูก็ถึงกับตกตะลึงในท่วงท่าและกิริยาอันอ่อนช้อย แม้หญิงสาวจะสวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้าแต่จินอวี้และหงกูรู้ว่าคุณมีรูปโฉมที่งดงาม ถึงกระนั้นก็มีเพียงจินอวี้ที่รู้ว่าหลี่เหยียนมาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อะไรบางอย่าง หลังเปิดการแสดงชุดบุปผาเบ่งบาน เรือนหยกโปรยก็กลับมาคึกคักอีกที เมื่อฮั่วชวี่ปิ้งมาชมการแสดงชุดดังที่กล่าวมาแล้วและได้พบจินอวี้อีกทีเขาก็รู้สึกดีใจ คุณยังไม่ทันได้คุยกับเขาก็ต้องปลีกตัวไปต้อนรับท่านเก้า  เขาจึงได้แต่นั่งหน้าบูดจนหงกูต้องมาตามจินอวี้ไปช่วยรับมือ ฮั่วชวี่ปิ้งอธิบายว่าตอนที่อยู่ในสมุทรทรายเขาโกหกคุณว่าตนเป็นพ่อค้าเพราะในตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าคุณเป็นคนของข้างใดกันแน่ เขาเห็นคุณเปิดการแสดงชุดบุปผาเบ่งบานจึงแอบผิดหวังเพราะนึกว่าคุณอยากเข้าวัง (เขารู้ว่าคุณเปิดการแสดงชุดดังที่กล่าวมาข้างต้นเพื่อให้ดึงดูดความสนใจจากพระพี่นาง เพราะพระพี่นางกำลังสรรหาหญิงงามคนใหม่ไปถวายฮ่องเต้) เมื่อจินอวี้ปฏิเสธเขาก็รู้สึกโล่งใจและถามต่อว่าแผนของคุณคืออะไรกันแน่ จินอวี้หันไปมองหลี่เหยียนแล้วบอกว่าแผนของตนอยู่ที่นาง

ทันใดนั้นก็มีคนมาแถลงการณ์ว่าท่านเก้าได้ชมการแสดงชุดดังที่กล่าวถึงมาแล้วแล้วรู้สึกโกรธมาก  ฮั่วชวี่ปิ้งได้ยินดังนั้นก็สิ้นสงสัยว่าทำไมอยู่ๆ สือฝ่างจึงยอมให้เรือนหยกโปรยเปิดการแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเชื้อพระวงศ์  ที่แท้จินอวี้ปฏิบัติเองโดยพลการ ถึงกระนั้นเขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้จึงอาสาไปพบท่านเก้าเป็นเพื่อให้นคุณ จินอวี้แอบอุ่นใจที่มีคนเป็นห่วงและส่ายหน้าแทนคำตอบ  ฮั่วชวี่ปิ้งจึงเปรยว่าหากสือฝ่างไม่ต้องการคุณก็ให้ย้ายไปอยู่ที่บ้านตน ท่านเก้ารู้ว่าจินอวี้คิดการณ์ใหญ่ถึงกล้านำเรื่องส่วนตัวของพระพี่นางมาทำการแสดง จินอวี้ยอมรับว่าตนต้องการสานสัมพันธ์กับพระพี่นาง แท้จริงแล้วจินอวี้เข้าใจเรื่องการเมืองและขั้วอำนาจในราชสำนักเป็นอย่างดี คุณเดาว่าที่กิจการของสือฝ่างตกต่ำเพราะอยู่คนละขั้วอำนาจจึงไม่ได้รับการเกื้อหนุนจากสกุลเว่ยของฮองเฮาซึ่งกำลังเรืองอำนาจในราชสำนัก ท่านเก้าคิดว่าจินอวี้เป็นคนทะเยอทะยานและกล้าได้กล้าเสียเลยไม่อยากเอาชีวิตทุกคนมาเสี่ยง เขากล่าวด้วยน้ำเสียงตัดรอนว่าจะขายเรือนหยกโปรยให้คุณ นับจากนี้เรือนหยกโปรยไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรก็แล้วแต่กับสือฝ่างอีก จะบริหารจัดการอย่างก็สุดแท้แต่คุณ

ในที่สุดพระพี่นางก็เสด็จมาชมการแสดงชุดบุปผาเบ่งบานที่เรือนหยกโปรยซึ่งนำแสดงโดยฟางหรูกับชิวเซียง พอฮั่วชวี่ปิ้งรู้เข้าก็รีบตามมาเพราะกลัวว่าพระพี่นางจะพาจินอวี้เข้าวัง แม้จะรู้สึกประทับใจแต่พระพี่นางกลับไม่ต้องการให้เปิดการแสดงชุดนี้อีก จินอวี้รีบคุกเข่าขอรับโทษ พระพี่นางหันมาชื่นชมในรูปโฉมและสติปัญญาของจินอวี้ ฮั่วชวี่ปิ้งเห็นดังนั้นจึงรีบแก้ไขสภาพการณ์ด้วยการทำตัวสนิทสนมกับจินอวี้ จากนั้นก็โม้ว่าตนกับจินอวี้เคยเผชิญความเป็นความตายในสมุทรทรายมาด้วยกัน จินอวี้จึงจัดการแสดงชุดนี้เพื่อให้เรียกร้องความสนใจจากตน เมื่อพระพี่นางเสด็จกลับแล้ว จินอวี้จึงบอกฮั่วชวี่ปิ้งว่าตนจะส่งหลี่เหยียนเข้าวัง  ฮั่วชวี่ปิ้งจึงคิดที่จะช่วยคุณอีกแรง